พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ราคาทองคำส่อเค้าพักตัวลึก หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐทะยานแรง รอดู ปธ.เฟดคนใหม่จะแก้ปัญหาอย่างไร
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวกับ goldaround ว่า
ราคาทองคำยังเคลื่อน ไหวในกรอบพักฐาน ระหว่าง 4,350 – 4,650 ดอลลาร์ หรือ 68,500 – 71,100 บาท หลังจากราคาหลุดโซนสำคัญลงมาทำให้ฝั่งซื้อเริ่มเสียเปรียบในระยะสั้น
นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการไล่ราคาและรอดูรายงานการประชุม FOMC ควบคู่ไปกับความชัดเจนในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสาบานตนของ “Kevin Warsh” อย่างไรก็ดีชนวนเหตุในตะวันออกกลาง และการกระชับมิตรของขั้วอำนาจใหม่อย่างจีน-รัสเซีย ยังเป็นแรงพยุงระยะยาวไม่ให้ราคาทรุดลึก
มาดูปัจจัยที่กำหนดทิศทางทองคำ ปัจจัยแรกตลาดทุนทั่วโลกกำลังจดจ่ออยู่กับการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC เพื่อดูว่าคณะกรรมการ Fed มีมุมมองต่อเศรษฐกิจ และทิศทางดอกเบี้ยอย่างไร
หากเนื้อหาในรายงานยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish) และไม่เปิดช่องให้กับการผ่อนคลายนโยบาย ราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันหนักจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่หากมีสัญญาณยืดหยุ่นแฝงอยู่ ราคาทองคำก็พร้อมจะรีบาวด์กลับมาได้ทันที
นอกจากนั้น ยังรอฟังถ้อยแถลงของ “Kevin Warsh” หลังสาบานตนเข้ารับตำแหน่งปธ.เฟดคนใหม่ ว่าจะดำเนินนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นแรง โดยบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 19 ปี ส่วนบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.67% และบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี อยู่ที่ 4.11% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในช่วงนี้
หาก Kevin Warsh ส่งสัญญาณว่าสามารถควบคุมเรื่องเงินเฟ้อพุ่ง และบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงได้ ก็อาจจะเป็นแรงผลักดันด้านบวกให้ราคาทองคำ
ปัจจัยถัดมา คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมปะทุ และส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด หรือยกระดับความรุนแรงขึ้น ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะวิ่งกลับมา แต่หากมีสัญญาณเจรจาหรือสถานการณ์คลี่คลายลง ทองคำก็อาจโดนแรงขายทำกำไรกดดันในกรอบสั้น
บทสุรปภาพรวมตลาดทองคำในปัจจุบัน ยังอยู่ในโหมดชะลอตัวเพื่อประเมินสถานการณ์ โดยกลยุทธ์การลงทุนยังรอย่อทยอยซื้อแบบแบ่งไม้สะสม ชะลอการเปิดสถานะไล่ราคาในช่วงที่กราฟยังไม่สร้างฐานที่ชัดเจน
และรอดักตั้งรับเมื่อราคาอ่อนตัวเข้าใกล้โซนแนวรับ 4,350 ดอลลาร์ หรือ68,500 บาท และแนวรับถัดไปอยู่ที่ 4,200 และ 4,100 ดอลลาร์ เพื่อความปลอดภัยและความได้เปรียบเชิงต้นทุน
หากราคาพลิกกลับไปยืนเหนือแนวต้าน 4,650 ดอลลาร์ หรือ 71,100 บาท ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่าฝั่งซื้อเริ่มกลับมาคุมเกมอีกครั้ง
รับชมคลิป
