บทวิเคราะห์ราคาทองคำ 8 เม.ย.65 by YLG

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันราคาทองคำจะยังคงได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงิน “อย่างแข็งกร้าว” ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันราคาทองคำจะยังคงได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงิน “อย่างแข็งกร้าว” ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

ทองคำขยับตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงไม่คืบหน้า

ทองบวก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

ราคาทองแกว่งแคบลง และยังคงทรงตัวคาบเส้น MA ทิศทางระยะสั้นจึงไม่มีสัญญาณว่าจะไปทางไหน

ทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway อย่างเหนียวแน่น แม้เมื่อคืน นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยอยากให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% พร้อมกับลด Balance Sheet ในเดือนหน้า

มาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองในช่วงกลางวัน ราคาได้แกว่งตัว sideway ในกรอบ 1,920-1,928 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี

ชายน์นิ่งโกลด์ฯ คาด สัปดาห์หน้าอาจเห็นราคาทองคำทะลุจากกรอบ sideway ชี้ฝั่งขาขึ้นยังได้เปรียบ

World gold council (WGC) หรือ สภาทองคำโลก รายงานว่า เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กองทุน ETF ทั่วโลก ได้ซื้อทองคำ เพิ่มขึ้นถึง 187.3 ตัน

ราคาทองคำยังแข็งแกร่ง แม้รายงานการประชุมของเฟดเดือน มี.ค. จะออกมาแข็งกร้าว ทำให้ดัชนีดอลลาร์ และ บอนด์ยีลด์ พุ่งแรงทำสถิติ แต่ราคาทองคำร่วงทำจุดต่ำสุดแค่ 1,915 ดอลลาร์ เท่านั้น ก่อนจะดีดตัวกลับมายืนเหนือ 1,920 ดอลลาร์ ได้

รมว.คลัง Janet Yellenกล่าวว่า สงครามในยูเครนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างใหญ่หลวง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 2.65% สูงที่สุดในรอบ 3 ปีหลังจากยังมีกระแสเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด+ QT ซึ่งยังคอยกดดันตลาดหุ้นและตลาดทองคำอยู่ สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงหลุด $100/บาร์เรล (-4.5%) ด้วยปัจจัยลบที่เข้ามา มองราคาทองคำปรับตัวลดลง $1915 และ $1905 ซึ่งเป็นบริเวณแนวรับสำคัญ ขอขอบคุณ : บริษัท ที.ดี.ซี. โกลด์ จำกัด