ทั้งผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนยังมองทองสัปดาห์หน้าเป็นบวก

ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 – 30 ก.ค.64 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ

ผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 – 30 ก.ค.64 จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ

GCAP Gold มองยังมีโอกาสเห็นทองแตะ $1,900 แต่ระยะสั้นอาจมีย่อตัวบ้าง
ภาพรวมราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง แต่ยังสามารถยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ ได้ โดยปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำก็คือ บอนด์ยีลด์ และ เงินดอลลาร์

Cryptocurrency ถือเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวม กว่า 42 ล้านล้านบาท
มีเหรียญคริปโต ทั้งสิ้น 11,022 สกุล โดย Bitcoin ยังคงเป็นผู้นำตลาด ด้วยราคาซื้อขายที่ประมาณ 33,000 USD หรือ ประมาณ 1,067,733 บาทต่อ 1 BTC

แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อมากนัก แต่จากแนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายค่อนข้างกังวล

ราคาทองคำยังสวิงแนว $1,800 แม้ตัวเลขแรงงานจะไม่ดี แต่ก็ไปไม่ถึง $1,810 คงต้องไปรอสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุม FED อีกรอบ ส่วนราคาทองคำในประเทศเช้านี้บวกเพิ่มขึ้น 150 บาท

คำแนะนำ : เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นในกรอบหลังจากราคามีแรงขายทำกำไรออกมาเพิ่ม การเปิดสถานะซื้อแนะนำรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับพิจารณาโซน 1,794-1,791 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พิจารณาโซน 1,813-1,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์แบ่งปิดสถานะซื้อเพื่อ แนวรับ : 1,791 1,778 1,766 แนวต้าน : 1,818 1,833 1,845 สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ร โดยปรับตัวลดลงก่อน จนแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,792.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขณะที่สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ขานรับผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีมติ “คง”อัตราดอกเบี้ย พร้อมยืนยันที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปเป็นเวลานานขึ้นจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับ 2% ส่วนถ้อยแถลงของนางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB เตือนว่า…

ราคาทองคำดีดกลับมาเหนือ $1,800 รับตัวเลขแรงงานรายสัปดาห์ไม่สู้ดี

ราคาทองคำลงมาพักฐานแถว $1800 อีกรอบ โดยถูกกดดันหนักจากบอนด์ยีลด์ที่ดีดตัวแรง หลังสินทรัพย์หลักถูกเทขาย วันนี้ยังต้องจับตาผลประชุม ECB คาดจะส่งผลต่อดอลลาร์ และราคาทองคำ ส่วนราคาทองคำเช้านี้ลดลงอีก 100 บาท

คำแนะนำ : เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว ราคาทองคำยังมีกำลังซื้อที่ไม่มากนัก แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาโซน 1,794-1,791ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง แนะนำพิจารณาเข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น แนวรับ : 1,791 1,788 1,776 แนวต้าน : 1,818 1,833 1,845 สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 6.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,813.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk on) อีกครั้ง หลังจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และโคคา-โคล่า ทำให้นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 จนผลักดันดัชนีดาวโจนส์ให้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 286.01 จุด พร้อมกับกระตุ้นแรงขายสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง ทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ, ดอลลาร์สหรัฐ …

กลยุทธ์ : Side-way แนวต้าน : 1,830 หรือ 28,200 บาท แนวรับ : 1,795 หรือ 27,900 บาท เมื่อคืนนี้ราคาทองร่วงลงมาต่ำสุด 1795 โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทน10ปีของพันธบัตรUS ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความน่าสนใจในการถือครองทองคำในเชิงเปรียบเทียบลดลง แต่ราคาทองแท่งของไทยยังไม่ปรับตัวลงมากนัก เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.80 บาทต่อ USD จากปัญหาการแพร่ระบาดโควิด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย ในเชิงเทคนิคกราฟทำรูปแบบ Side-way กรอบใหญ่ช่วง 1795 – 1830 ขณะที่เครื่องมือ RSI ยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมของราคาทองที่น่าจะแกว่งตัวในกรอบไปอีกซักพัก แนะนำเล่นตามกรอบ รอซื้อ 1795 และไปขายทำกำไรได้ที่…