gold spot ยังทำ ATH ต่อเนื่อง เปิดตลาดหลังคริสต์มาสขึ้นแตะ $4,535 ทองไทยบวกตามกลับมายืนเหนือ 66,000 บาท
ราคาทองคำไทย เปิดตลาดสมาคมค้าทองคำประกาศประกาศราคาแรกปรับเพิ่ม 250 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาปรับเพิ่มขึ้นรวม 50 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 66,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 66,050 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 66,950 บาท ส่วนราคารับซื้อ 64,733.20 บาท เงินบาท 31.07 บาทต่อดอลลาร์
ทาง ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองในประเทศมีการปรับตัวขึ้น / ลง ตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 66,800 และ 66,950 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 66,000 และ 65,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,800 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ไปดูภาพรวมการคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot วานนี้ ราคาทองคำเปิดทำการหลังวันคริสต์มาส ได้ขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ATH ใหม่อีกรอบที่ 4,535 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงต่อเนื่องในเวเนซุเอลา นอกจากนั้นตลาดยังคงจับตาประธานเฟดคนใหม่ที่จะได้รับการแต่งตั้งจาก ปธน.ทรัมป์แทนนายเจอโรม พาวเวล ที่กำลังหมดวาระในเดือนพ.ค. 2026 ซึ่งอาจมีการลดดอกเบี้ยอย่างมากในช่วงครึ่งปีหลัง และอาจตามมาด้วยความขัดแย้งภายในคณะกรรมการเฟด
รวมถึงการเข้าซื้อทองคำจากธนาคารทั่วโลกได้เริ่มเก็บสะสมทองคำมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าปัจจัยขับเคลื่อนเหล่านี้จะยังคงอยู่อย่างมั่นคงในปี 2026 และทองคำมีแนวโน้มที่จะเป็นขาขึ้นต่อไป โดยคาดว่ามีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2026
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง ShiningGold bullion มองว่า
ในช่วงที่ตลาดมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างบาง ความเสี่ยงและความผันผวนจะอยู่ในระดับสูง นักลงทุนที่ต้องการเข้าลงทุนในระยะนี้ควรทำความเข้าใจ และยอมรับความผันผวนดังกล่าว พร้อมทั้งเคร่งครัดในการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างมีวินัย
สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดหรือไม่สบายใจกับภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลง ทุนในช่วงนี้ และรอเตรียมความพร้อมเพื่อกลับเข้าลงทุนใหม่อีกครั้งในปีหน้า
กลยุทธ์การลงทุน : คนที่ต้องการเข้าลงทุนระยะสั้นตามกรอบแนวรับ 4,480/4,432 และ4,395 ดอลลาร์ ควรตั้ง Stoploss ที่ 4,370 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,502/4,539และ4,563 ดอลลาร์ คนเน้นป้องกันความเสี่ยงมากกว่าเก็งกำไร อาจรอเข้าสะสมเมื่อมีจังหวะทิ้งตัวลึกเกิน 150 ดอลลาร์ แต่หากไม่มีควร Wait & See
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
เช้าวันที่ 26 ธันวาคมภาพตลาดทองคำยังคงสะท้อน “โมเมนตั้มขาขึ้น” อย่างชัดเจน หลังราคาพุ่งขึ้นไปทำ All Time High แถว 4,530 ดอลลาร์ก่อนจะเริ่ม ยืนไม่อยู่และถูกขายทำกำไรกดกลับลงมา แต่ยังเป็นการพักตัวที่ยังอยู่ในโซนสูงมาก และเป็นจังหวะที่ทำให้ปลายปีนี้ตลาดต้องโฟกัส “ข่าวใหญ่ไม่กี่เรื่อง” ที่อาจกำหนดทิศทางต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า
ทั้งนี้การทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) แล้วถูกตบลง เป็นพฤติกรรมที่เกิดบ่อยในช่วงตลาดร้อนแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่สภาพคล่องบางช่วงลดลง และนักลงทุนบางส่วนเลือก “ล็อกกำไร” ก่อนปิดปี
ในทางเทคนิค แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,530 ดอลลาร์ (โซนแนวต้านระยะสั้นตามมุมมอง Fibonacci) และแนวถัดไป คือ 4,585 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับหลัก4,430 ดอลลาร์ สิ่งที่ต้อง “จับตาเป็นพิเศษ” คือพฤติกรรมของแท่งเทียนในกรอบ 4 ชั่วโมงถึง 8 ชั่วโมง ถ้าราคา ยืนออกข้างได้ คือไม่หลุดโซนสำคัญ มีโอกาสสะสมแรงเพื่อขึ้นทำ New High ต่อ
ถ้าเริ่มเห็นแท่ง Doji /อาการลังเลต่อเนื่อง แล้วตามด้วยแรงแดงกดลง ระยะสั้นเสี่ยงเข้าสู่ Sideway พักฐาน แต่ถ้าแท่งถัดไปเริ่ม ปิดเขียว และยืนเหนือโซนสำคัญได้ความหวังไปต่อยังอยู่ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดปี
ขณะที่ Ausiris มองว่า
เมื่อคืนวานตลาดหยุดเคลื่อนไหวเนื่องในวันหยุดคริสต์มาส อย่างไรก็ตามราคาทองคำจะขึ้นต่อได้จะต้องยืนเหนือ 4,460-4,480 ดอลลาร์ แต่ถ้าทำไม่ได้อาจจะปรับตัวย่อลงมาก่อน รวมไปถึงในสวนของสัญญาน RSI ในกราฟราย 4H เคลื่อนไหวเข้าเขต Overbought บ่งบอกถึงราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวกลับลงมาได้
แนะนำผู้ที่ถือซื้อไว้ให้ทยอยขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,524 และ4,545 ดอลลาร์ ส่วนผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ 4,485 และ4,463 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 4,405 และ 4,442 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,531 และ 4,603 ดอลลาร์
รับชมคลิป