คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ (LHC)

ทิศทางทองคำ 17-21 พ.ย.68 คุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์

สัมภาษณ์พิเศษ คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ (LHC)

โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/

gold spot ถูกเทแรง แต่ไม่หลุด $4,050 ตลาดกังวลเฟดเลื่อนลดดอกเบี้ย จับตาตัวเลขเศรษฐกิจหลังหยุด shutdown

คุณ ภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ กับ goldaround ว่า

ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนอย่างชัดเจนในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการ “ชัตดาวน์” (Government Shutdown) ของสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดลง

ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นก่อนที่จะถูกแรงเทขายเข้ามากดดันในคืนวันศุกร์ แต่ยังปิดตลาดเหนือ 4,050 ดอลลาร์ ได้

ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงมาในรอบนี้ คือ การส่งสัญญาณจากประธานเฟดสาขาต่าง ๆ ที่อออกมาระบุว่า อาจจะชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปก่อน

เนื่องจากขาดตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ควรจะได้รับการประกาศ แต่ถูกเลื่อนออกไปในช่วงชัตดาวน์ ทำให้เฟดยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ส่วนสัปดาห์หน้า จะเป็นสัปดาห์ที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวที่ถูกค้างไว้ในช่วงชัตดาวน์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟด และความเคลื่อนไหวของตลาด เช่น Non-Farm Payrolls (ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร) และ Unemployment Rate (อัตราการว่างงาน) ที่คาดว่าจะมีการประกาศในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญสูงสุดในการประเมินภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ต้องรอดูว่าตัวเลขที่ถูกนำมาประกาศเหล่านี้อาจเป็นข้อมูลที่ “Outdated” (เช่น ตัวเลขของเดือน กันยายนหรือ ตุลาคม ที่ยังไม่ได้รายงาน) ทำให้เกิดความกังวลในตลาดว่า ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด และจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเฟดอย่างไร

คุณภัทรินฯ ได้ให้คำแนะนำกลยุทธ์การลงทุน ทองคำตลาดโลก (spot gold) แนวรับสำคัญแนวรับแรกที่ต้องจับตาคือ 4,050 ดอลลาร์ หากหลุดลงมาแนวรับถัดไปคือ 4,000 ดอลลาร์ และ 3,980ดอลลาร์ หากราคายืนเหนือ 3,980 ดอลลาร์ ได้ ถือเป็นจุดที่น่าเข้าซื้อสะสม เนื่องจากราคาได้ทำ low ที่สูงขึ้น หรืออาจจะเกิดรูปแบบ Double Bottom ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในทางเทคนิค แต่หากหลุดแนวรับสำคัญทั้งหมด แนวรับสุดท้ายที่แข็งแกร่งอยู่ที่บริเวณ 3,930 – 3,940 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับรอบล่าสุด

ส่วนแนวต้านแรก อยู่ที่บริเวณ 4,145 – 4,150 ดอลลาร์ เป็นแนวรับเดิมที่เพิ่งหลุดลงมา และแนวต้านถัดไป คือ 4,220 ดอลลาร์ เป็น high เดิมที่ทำไว้ หากทะลุ 4,250 ดอลลาร์ ได้ จะถือเป็นสัญญาณว่า ราคาจะปรับตัวขึ้นไปทำ “All-Time High” ใหม่

คุณภัทรินฯ ชี้ว่า ตามสถิติทุกเดือนพฤศจิกายน ราคาทองคำมักจะมีการปรับฐานในช่วงครึ่งเดือนแรก และจะเริ่ม ฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลัง ซึ่งรอบนี้อาจเป็นเพียงการพักตัวเพื่อเตรียมปรับตัวขึ้นต่อไป

ส่วนราคาทองคำไทย วันเสาร์ที่ผ่านมา สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำแท่ง 96.5% ลดลงแรง 1,150 บาท ทำให้ราคาขายออกมาอยู่ที่ 62,800 บาท ซึ่งมองว่าเป็นจุดที่น่าซื้อสะสม หากหลุดลงไปแนวรับจะอยู่ที่ 62,300 บาท ควรเข้าซื้อสะสมอีกไม้หนึ่ง

ขณะที่ แนวต้านนักลงทุนระยะสั้นสามารถทยอยขายทำกำไรได้ ทุก ๆ 500 บาท ที่ปรับตัวขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง ส่วนแนวโน้มระยะยาว ยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง

โดย คุณภัทรินฯ ระบุว่า นักวิเคราะห์จากธนาคารใหญ่หลายแห่งยังคงมองในแง่บวกต่อราคาทองคำในระยะยาว โดยปลายปี 2568 เป้าหมายราคายังคงอยู่ในช่วง 4,400 – 4,500 ดอลลาร์ และปี 2569 สถาบันการเงินต่างประเทศหลายแห่งคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจจะไปถึง 5,000 ดอลลาร์

รับชมคลิป