Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ลุ้น gold spot กลับไปยืนเหนือ $4,000 รอปัจจัยหนุนเพิ่มเพื่อกลับไปเป็นขาขึ้น ทองไทยยังเหนื่อยเงินบาทกลับมาแข็งค่ากดดัน
ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจาก ภาวะ Shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ, การจับตาการพบกันของผู้นำ จีน–สหรัฐฯ ในเวที APEC ที่เกาหลีใต้ ในวันพรุ่งนี รวมถึงการเคลื่อนไหวของ ค่าเงินบาท และ ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ที่กำลังจะประกาศในคืนนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาวะตลาดทองคำและค่าเงินทั่วโลก
ทังนี้แม้ว่าเมื่อวานนี้ราคา ทองคจะลงไปทดสอบระดับ 3886 ดอลลาร์ แต่ยังสามารถฟืนกลับมายืนแถว 3,950 ดอลลาร์ได้ แต่จะให้ปลอดภัยต้องยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ต้องมาดูว่าผลการประชุม FED ในคืนนี้จะส่งผลต่อราคาทองคำมากน้อยเพียงไร
มาดู 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้
1)ภาวะ “Government Shutdown” ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ “Shutdown” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 หลังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณหรือมาตรการชั่วคราว (Continuing Resolution) ได้ก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ (FY2026)
การเจรจาระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไร้ข้อสรุป โดยจุดขัดแย้งสำคัญอยู่ที่ งบสนับสนุนประกันสุขภาพ (ACA Subsidy) และ งบช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
ผลกระทบเริ่มชัดเจนขึ้น เจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน (Air Traffic Controllers) และเจ้าหน้าที่ TSA ยังคงต้องปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนเต็ม ขณะเดียวกัน โครงการช่วยเหลืออาหาร SNAP ของกระทรวงเกษตรเริ่มขาดสภาพคล่อง และหลายรัฐได้ยื่นฟ้องเพื่อบังคับให้รัฐบาลกลางจ่ายเงินต่อ ทั้งนี้ศาลได้มีคำสั่งห้ามการเลิกจ้างข้าราชการในช่วง Shutdown โดยให้เหตุผลว่าอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิแรงงานของรัฐ
2) จีน–สหรัฐฯ เตรียมพบกันในเวที APEC Summit 2025 ที่จะจัดขึ้นที่เมือง Gyeongju ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้ โดยทั้ง ประธานาธิบดี Donald Trump และ ประธานาธิบดี Xi Jinping มีกำหนดพบกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างงาน
ทั้งนี้เกาหลีใต้ในฐานะเจ้าภาพถูกคาดหวังว่าจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ และช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยประเด็นหลักในการเจรจา จะมีทั้งเรื่องการค้า โดยสหรัฐฯ ต้องการลดภาษีและเปิดตลาดจีนมากขึ้น ส่วนจีนมุ่งเน้นการคงเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีและแร่หายาก (Rare Earths)
นอกจากนั้นยังมีการเจรจาเรื่องความมั่นคง ซึ่งจะครอบคลุมประเด็นไต้หวัน นโยบายเทคโนโลยีขั้นสูง และอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค
3) เรื่องของค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ซึ่งกดดันราคาทองคำในประเทศ โดยค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ จากเดิมที่ 32.70 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเร็วกว่าราคาทองคำโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำสหรัฐฯ ยังเคลื่อนไหวบริเวณแนวรับสำคัญ
4) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หยุดชะงักจากภาวะ Shutdown ซึ่งทำให้หลายหน่วยงานของรัฐบาลกลางไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจได้ตามกำหนด ส่งผลให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในคืนนี้ภายใต้ข้อมูลที่ “ไม่ครบถ้วน” ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อตลาดการเงินทั่วโลก
ทั้งนี้ นักลงทุนทั่วโลกจับตาช่วงเวลา 01.00 น. (ตามเวลาไทย) เพื่อฟังผลการประชุมและถ้อยแถลงของ Fed ว่าจะคงหรือปรับลดดอกเบี้ยตามความคาดหวังของตลาดหรือไม่
มาดูมุมมองทางทางเทคนิค ราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณ Rebound ระยะสั้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,000 และ 4,100 ดอลลาร์ตามลำดับ หากราคาสามารถทะลุแนวต้านแรกได้ มีโอกาสเห็นแรงซื้อกลับในระยะสั้น แต่หากหลุดแนวรับเดิม อาจกลับเข้าสู่โหมดพักฐานอีกครั้ง
รับชมคลิป เกาะติดทิศทางราคาทองคำวันนี้