Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ราคาทองคำ สุดเดือด gold spot ดีดจ่อทดสอบ $4,400 ทองคำไทยพุ่งแตะ 67,300 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะปกรับขึ้นรวม 500 บาท และปรับลดลง 100 บาท ทำให้ราคาขายออก ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 67,300บาท ส่วนราคารับซื้อ 67,200 บาท ขณะที่ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,100 บาท ส่วนราคารับซื้ออยู่ที่ 65,855.04 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot ผันผวนหนักตั้งแต่เช้า โดยเปิดตลาดกระโดดขึ้นทำ ATH แถว 4,380 ดอลลาร์ ก่อนถูกแรงขายทํากําไรทุบราคาปรับฐานหลุตํ่ากว่าระดับ 4,300 ดอลลาร์ แตะทําจุดตํ่าสุดที่ 4,280 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการผันผวนขึ้นลงกว่า 100 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวมาแถว 4,360 ดอลลาร์ ( ณ เวลา 10.30 น.)
ทองคำได้แรงหนุนจาก ดัชนีเงินดอลลาร์ ปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 สู่ระดับ 98.33 อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวลงเป็นวันที่ 4 สู่ระดับ 3.97% หลัง นายสตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟดคนใหม่ หนุนเฟดลดดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุม FOMC ในวันที่ 28-29 ต.ค. แต่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้ส่งสัญญาณว่า อาจลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC ครั้งนี้ จากภาวะตลาดแรงงานที่ชะลอตัวและอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Bank Of America ได้แสดงถึงความกังวลที่กองทุน ETF ทองคำที่มีเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นถึง 880% ในเดือนก.ย. 2568 เมื่อเทียบกับ ก.ย. 2567 ซึ่งเป็นระดับที่สูงผิดปกติและไม่มีความยั่งยืน ส่งผลให้ทองคำอาจตามมาด้วยการปรับฐานลงในภายหลัง
ล่าสุดกองทุน SPDR ได้ซื้อทองคำล็อตใหญ่อีก 12.02 ตัน รวมถือครอง 1,034.62 ตันโดยภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 22.89 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 161.24 ตัน
ส่วนความคืบหน้าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน นายสก๊อต เบสเซนต์ รมว.คลัง ได้แสดงถึงความเป็นไปได้ที่จะขยายการพักการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนออกไปอีกนานกว่า 3 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย. หากจีนยุติแผนการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดสำหรับแร่หายาก
ทั้งนี้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และหากข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนไม่คลี่คลายนักวิเคราะห์มองว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์
มาดูมุมมองจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง Shining Gold มองว่า
เช้านี้ราคาทองคำเปิด GAP กระโดด 10 ดอลลาร์ ก่อนจะลากต่อไปทำ All time High ที่ 4,379 ดอลลาร์ และก็ทิ้งมาค่อนข้างเร็วที่ 4,342 ดอลลาร์ สวิงไปสวิงมาในช่วงเช้าแบบนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความผันผวนในทองคำที่จะเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าใกล้ฟองสบู่ที่ใหญ่ขึ้นๆ เรื่อยๆ
ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐยังคงปิดดำเนินงาน ความกังวลเริ่มเพิ่มขึ้นว่า นโยบาย AI ของ ปธน. ทรัมป์ อาจล่าช้า ทำให้สหรัฐ สูญเสียความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก หากหน่วยงานสำคัญ เช่น กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขาดงบประมาณและบุคลากรในการขับเคลื่อนงาน มีการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลกลางกว่า 4,000 คน แล้ว และอาจมีเพิ่มอีกหลายพันคน
ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด มี Stoploss ทุกครั้งที่เข้าลงทุน โดยกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น มองว่าราคาทองคำเข้าสู่ช่วง Panic และจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เข้าตรงไหนราคาก็ไป แต่ต้องเลือกให้ถูกจุด และต้องมี Stop Loss เพื่อลิมิตความเสี่ยง
กลยุทธ์การลงทุนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่เหมาะกับท่านที่รับความเสี่ยงได้น้อย และไม่มี Stoploss ในการเทรด โดยให้แนวรับที่ 4,345/4,292 และ4,230ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,380 /4,432 และ 4,484 ดอลลาร์ มีจุด Stop Loss ที่ 4,280 ดอลลาร์
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะกรรมการเฟด ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเฟดควรลดดอกเบี้ยอย่างระมัดระวังที่ 0.25% ในการประชุมปลายเดือนนี้ (28-29 ต.ค.) เพื่อพยุงตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง แม้จะมีเสียงเชียร์ให้ลดแรงถึง 0.5% เพื่อรับมือความเสี่ยงสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนก็ตาม ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายนี้กำลังกดดันค่าเงินดอลลาร์ และเป็นผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
อย่างไรก็ตามระยะสั้นราคาทองคำมีโอกาสปรับฐานได้เนื่องจากเกิดสัญญาณ Bearish Divergent ใน Timeframe 1H , 4H แล้ว โดยคาดการณ์ว่าอาจย่อลงมาถึงแนวรับบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ หรือที่ประมาณ 65,500 บาท ก่อนผลการประชุม Fed
แต่ระยะกลางและยาวทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ดังนั้นจึงแนะนำนักลงทุนรอย่อเพื่อเข้าสถานะซื้อใหม่ ให้แนวรับ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ หรือ 67,500 บาท
ด้าน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำยังอยู่ในช่องทางปรับตัวขึ้น (bullish channel) และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) ต่าง ๆ ชี้แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน มีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์และ 4,450 ดอลลาร์ ราคาทองไทยจะอยู่ที่ประมาณบาทละ 67,500-68,500 บาท ขณะที่ตัวชี้วัด RSI อยู่ในโซน overbought ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเกิดการปรับฐานระยะสั้นก่อนจะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อได้
นักลงทุนระยะกลางถึงยาวควรถือทองคำต่อ เนื่องจากแนวโน้มพื้นฐานยังสนับสนุนราคาขาขึ้น และมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสูงในสถานการณ์เศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยให้ แนวรับ 4,300/4,275 และ4,250ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,380/4,450 และ 4,500 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ ARR Goldtrading มองว่า
มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีสัญญาณการกลับตัว จึงมีโอกาสสร้างจุดสูงใหม่ได้อีกครั้งในวันนี้ก่อนจะเกิดการปรับฐานในระยะต่อไป นักลงทุนพิจารณาเข้าซื้อบางส่วนที่แนวรับ 4,360 / 4,350 และ 4,340 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 4,340 ดอลลาร์ และตั้งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อหรือทดสอบแนวต้าน 4,370 / 4,380 และ 4,390 ดอลลาร์
รับชมคลิป