สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 13 ส.ค.68

gold spot ปิดบวกแต่ยืน $3,350 ไม่ได้ ได้แรงหนุนจากดัชนี CPI เดือน ก.ค.ยังคงที่ หนุน FED ลด ดบ.ประชุม FOMC เดือน ก.ย.

ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 13 ส.ค.) ยังคงปรับตัวลดลงตามราคาทองคำในตลาดโลก โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น.อยู่ที่ 51,350 บาท

ส่วนราคารับซื้อ 51,250 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,225.08 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวอ่อน ค่าจากปิดตลาดสุดสัปดาห์ก่อน วันนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดมีความเห็นก้ำกึ่งเรื่องการ พิจารณาอัตราดอกเบี้ย แต่หากครั้งนี้ ยังไม่มีการปรับลด ตลาดก็เชื่อว่าจะมีการปรับลดในการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้งของปีนี้ ทั้งนี้คาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนในกรอบ 32.25 – 32.50 บาท/ดอลลาร์

โดย ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า

ราคาทองในประเทศอยู่ในระยะ Sideway ตามราคาทองคำโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงแนะนำเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,200 และ 51,000 บาท ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 51,000 บาท ลงไป ขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 51,500 และ 51,650 บาท

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ ปิดบวก 6 ดอลลาร์โดยราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 3,359 ดอลลาร์ ก่อนลงมาปิดตลาดที่ 3,348 ดอลลาร์ ทั้งนี้ราคาทองคำได้แรงหนุน จากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนก.ย. หลังการประกาศดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 2.7% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.8% เล็กน้อย และทรงตัวจากระดับ 2.7% ในเดือน มิ.ย. ส่งผลให้โพลสำรวจจาก CME FedWatch ได้มีการปรับตัวเลขขึ้นอีกครั้ง จาก 86% เป็น 94% ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของทองคำยังเป็นไปอย่างจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะตลาดยังไม่มั่นใจต่อประเด็นภาษีทองคำของสหรัฐ แม้ ปธน.ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความลงใน Social ระบุว่าทองคำจะไม่ถูกเก็บภาษี แต่ประธานสมาคมโลหะมีค่าแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่ายังไม่เป็นทางการพอที่จะสร้างความมั่นใจให้ตลาด ว่า สหรัฐฯ จะยกเว้นภาษีนำเข้าทองคำจากสวิตฯ

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จากสถาบัน PGIM รัฐนิวเจอร์ซีย์และสถาบัน Capital Economics มีมุมมองว่า ภาษีศุลกากรที่ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ จากการที่สินค้าคงคลังของบริษัทสหรัฐฯ ที่เร่งนำเข้าเมื่อต้นปีทยอยหมดลงและจำเป็น ต้องนำเข้าสินค้าใหม่ภายใต้ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขยายตัวขึ้นในอนาคต และเฟดอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยระยะยาว หลังจากเฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. จากภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอในระยะสั้น

มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ โดย YLG Bullion มองว่า

ราคายังคงอยู่ในระยะการพักตัวในดีกรีที่ใหญ่กว่า สำหรับวันนี้ราคายังคงมีแนวต้านระยะสั้นที่ 3,358 ดอลลาร์ หากยืนไม่ได้ ยังพักตัวต่อ อย่างไรก็ดีหากราคาผ่าน 3,358 ดอลลาร์พร้อมกับทำ Higher Low เหนือ 3,330 ดอลลาร์จะทำให้มุมมองเชิงบวกในทางเทคนิคเริ่มเพิ่มขึ้น กรณีที่ราคาผ่าน 3,358 ดอลลาร์ไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 3,369-3,382 ดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แบ่งขายกำไรสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 3,358 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,358 ดอลลาร์ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป การเข้าสถานะใหม่รอย่อแล้วเสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด 3,330-3,320 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,320 ดอลลาร์

ด้าน Ausiris  มองว่า

ราคาทองคำ gold spot ชะลอตัวหลุดแนวรับ 3,350 ดอลลาร์ ทำจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 3.330 ดอลลาร์ ก่อนที่พลิกกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 3,348 ดอลลาร์ ปิดบวก 5 ดอลลาร์ หลังตลาดยังรับข่าว สหรัฐฯ และจีนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกันออกไปจนถึงวันที่ 10 พ.ย.

อย่างไรก็ตามเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค. ทรงตัวระดับ 2.7 % ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 2.8 %.หนุนความหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ในการประชุมเดือน ก.ย. ทำให้ราคาทองคำพลิกกลับมาปิดบวกในช่วงท้ายตอนปิดตลาด

ทั้งนี้ให้ Ausiris ให้ แนวรับ ที่3,330/3,315 และ3,300 ดอลลาร์ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,350/3,365 และ3,380 ดอลลาร์

ขณะที่ GCAP Gold มองว่า

ราคาทองคำร่วงลงแรงมากกว่า 1.6% แตะระดับต่ำสุดรอบสัปดาห์จากคาดการณ์ความคืบหน้าในการ เจรจาสันติภาพรัสเซีย–ยูเครน ในขณะที่ตลาดให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) เดือนกรกฎาคมที่ ออกมาผสมผสาน
โดย CPI ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาสสูงถึง 94% ที่จะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายนจาก 84% ก่อนหน้า แม้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ก็ตาม แต่แรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่ดีดขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ กดดันให้ดอลลาร์ฟื้นตัวได้จำกัด

กลยุทธ์การลงทุน แนะรอซื้อที่ 3,335 ดอลลาร์ ให้แนวรับที่ 3,335 /3,330 และ 3,325 ดอลลาร์ มีจุด ตัดขาดทุนที่ 3,320 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,367 /3,372 และ3,377ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้แนวรับรายวันที่ 3,325 และ 3,312 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันที่อยู่ที่ 3,362 และ 3,374 ดอลลาร์

รับชมคลิป