Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
แม้ gold spot เดือนพ.ค.ปิดบวกเล็กน้อย แต่แนวโน้มทางเทคนิคมีโอกาสดีดตัวแรง หากทะลุ $3,465 อาจพุ่งไปแตะ $3,600
กราฟแท่งเทียนราคาทองคำเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ปิดเป็นลักษณะโดจิ แบบมีเนื้อสีเขียวน้อยมาก ทำให้มุมมองทางเทคนิคกราฟราคาทองคำเดือน มิ.ย. แบ่งออกเป็น 3 กรณี
กรณีแรกคือราคาไม่ย่อตัวแล้วพุ่งขึ้นที่สุด ก็คือ 3,600 ดอลลาร์ แต่จะเป็นลักษณะค่อยๆ ปรับตัวขึ้น ที่สำคัญราคาจะต้องทะลุผ่าน 3,460-65 ดอลลาร์ไปให้ได้
กรณีต่อมาคือ ขึ้นไม่สุด คือไม่ทะลุ 3,465 ดอลลาร์ และกลับมาย่อตัวลงมาทำไหล่ ในแพทเทิร์น รีเวิร์ส เฮด แอนด์ โชลเดอร์ แถวแนวรับสำคัญที่ 3,270-50 ดอลลาร์ ก่อนที่ราคาจะพุ่งกลับไปทะลุ 3,465 ดอลลาร์ และอาจจะไปแตะระดับ 3,600-3,700 ดอลลาร์
แต่กรณีนี้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะราคาได้ย่อตัวลงมาให้ซื้อสะสม ก่อนจะพุ่งกลับไปแรง
กรณีที่ 3 ซึ่งมองว่าโอกาสจะเกิดขึ้นได้น้อย ก็คือราคาขึ้นไม่ทะลุ 3,460-65 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงมาแล้วหลุดแนวรับ 3,270-50 ดอลลาร์ และอาจจะหลุด 3,200 ดอลลาร์ ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บสะสมสำหรับทองคำไทย โดยราคาอาจจะลงไปได้ถึงระดับ 49,000- 48,000 บาท แต่มองว่าโอกาสจะเกิดขึ้นน้อย
“การที่กราฟราคาเปิดเป็นโดจิแบบไม่มีเนื้อเทียน กับมีเนื้อเทียน จะต่างกันมาก หากปิดเป็นแบบมีเนื้อเทียนสีเขียวจะเป็นการยืนยันว่าราคาจะขึ้นต่ออย่างมั่นคงกว่า แต่เมื่อกราฟราคาปิดเป็นโดจิไม่มีเนื้อเทียน ทำให้ต้องวางสมมุติฐานเป็น 3 กรณี ต้องมาดูว่าราคาจะเลือกเดินในแนวทางไหน” ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด กล่าว
ทั้งนี้จุดสำคัญอยู่ตรงแนว 3,460 ดอลลาร์ ถ้าไม่ผ่านกราฟราคาจะลงมาทำไหล่ขวา ในแพทเทิร์น รีเวิร์ส เฮดแอนด์โชลเดอร์ และถ้าไม่หลุด 3,270 – 3,250 ดอลลาร์ แล้วขึ้นมาทะลุ 3,465 ดอลลาร์ มีโอกาสสูงที่จะไป 3,600-3,700 ดอลลาร์
ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน จำกัด กล่าวถึงข่าวสารที่ต้องจับตามองในเดือน มิ.ย.นี้ มีอยู่ 4 เรื่อง เริ่มจากความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางประเทศต่างๆ วันนี้จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป คาดว่าจะลดดอกเบี้ยอีก 0.25% เหลือ 2.15 % เพราะเงินเฟ้อต่ำกว่า 2% ซึ่งจะกดดันให้ราคาทองคำย่อลงเล็กๆ ซึ่งจะเป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อรอราคาดีดกลับ
ขณะที่กลางสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมของธนาคารอังกฤษ คาดว่าจะคงดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อกลับมาพุ่งขึ้นอีกรอบ และมีการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ต้องมาดูว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
ขณะที่สัปดาห์กลางเดือนจะเป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ย และปิดท้ายด้วยการประชุมธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมาดูว่าจะลดดอกเบี้ยเพิ่มหรือไม่ เพราะเงินเฟ้อเริ่มกลับมาติดลบ หากแบงค์ชาติลดดอกเบี้ยอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าได้
ประเด็นต่อมาก็คือการเจรจาเรื่องมาตรการภาษี ที่ผ่านมาเจรจาสำเร็จแค่ประเทศเดียวคืออังกฤษ และช่วงระหว่างรอประเทศอื่นๆ ปธน.ทรัมป์ได้ขึ้นภาษี เหล็กและอะลูมิเนียม ทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วนขึ้นมา ส่วนการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐกับจีน ต้องมาดูว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่
หากศาลยืนยันคำตัดสิน คาดว่าทางทีมงาน ปธน.ทรัมป์ก็อาจจะยื่นศาลฎีกาให้พิจารณาต่อ หรืออาจใช้กฎหมายตัวอื่นๆ เข้ามาบังคับใช้ เพื่อให้ ปธน.ทรัมป์ มีอำนาจในการบังคับใช้เรื่องการเก็บภาษีต่อไป ซึ่งการตัดสินของศาลต้องมาดูว่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีที่ทาง ปธน.ทรัมป์ได้เลื่อนออกไปในวันที่ 9 ก.ค.หรือไม่
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่อง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้ให้น้ำหนักมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สู้รบต่อเนื่อง แต่ว่าข่าวดังกล่าวจะอาศัยจังหวะช่วงข่าวอื่นเงียบก็ถูกหยิบยกขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรื่องของสงครามให้เก็บไว้เป็นปัจจัยสำรอง เมื่อข่าวอื่นเงียบค่อยไปมองเรื่องของสงคราม
แม้ว่าภาพรวมของข่าวประเด็นต่างๆ ยังพลิกไป-มา แต่โทนของข่าวหนุนราคาทองคำมากกว่ามากดดัน ทำให้เมื่อราคาย่อตัว เป็นโอกาสที่จะซื้อสะสม และต้องมาดูว่าจะสามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้หรือไม่
หากผ่านไปได้ก็อาจจะต้องซื้อตามไป โดยเฉพาะแนว 3,460-65 ดอลลาร์ เพราะราคามีโอกาสจะขึ้นไปถึงระดับ 3,600-3,700 ดอลลาร์ได้ แต่หากชนแนวต้านไม่ผ่านก็ต้องมารอซื้อที่แนวรับสำคัญ อาจจะเป็นแถว 3,270-50 ดอลลาร์
แต่ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องรู้ธีมก่อนว่าลักษณะข่าวจะออกมาเป็นอย่างไร และเทคนิคราคาในช่วงนั้นเป็นอย่างไร เพราะเมื่อราคามีการเคลื่อนไหวผันผวนแรง ทำให้ราคาสามารถดีดตัวได้ระดับ 100- 200 ดอลลาร์ต่อวัน
หากมีข่าวมาเสริมเทคนิค ก็อาจจะทำให้ราคาพุ่งไปไกล แต่หากข่าวออกมาไม่สัมพันธ์กับเทคนิค ก็อาจจะต้องแบ่งขายทำกำไรตามแนวต้านย่อย หรืออาจจะขัยบลงไปซื้อที่แนวรับถัดไป
ส่วนกรอบราคาทองำไทย เป้าหมายแรกที่ goldspot แถว 3,460- 65 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำไทยน่าอยู่แถว 52,800 บาท แต่หาก goldspot ทะลุ 3,460-65 ไปได้ จะมีเป้าหมายแถว 3,600 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองไทยจะอยู่แถว 54,000 บาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทด้วย
แต่ถ้าราคาไม่ผ่าน 3,465 ดอลลาร์ จังหวะของราคาทองคำไทยที่แบ่งเก็บได้ในช่วง 3,250 ดอลลาร์ จะอยู่แถว 51,000 – 51,200 บาท แต่ถ้าหลุดลงไปอีก อาจจะไปรอเก็บแถว 50,000 บาท หรือหากว่า goldspot ลงแรงเข้าข่ายกรณีที่ 3 คือหลุด 3,200 ดอลลาร์ ต้องเผื่อไม้ไว้ 2 ไม้ รอซื้อแถว 49,300 หรือ48,800 บาท มองว่าอาจจะไม่มา
อย่างไรก็ดีแให้เผื่อเงินทุนไว้ เพราะหากราคาทะลุ 3,465 ดอลลาร์ไปได้ จะเอาเงินที่เก็บไว้ไปเติมไม้ข้างบน คือ ฟอลโลว์ บาย ขึ้นไป โดยอาจจะไปเติมกรณีที่ทะลุ 52,800 บาท เพื่อไปเล่นรอบในช่วง ก่อนจะถึง 54,000 บาท