สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 22 พ.ค.68 – GoldAround

gold spot ยังขยับบวกต่อเป็นวันที่ 3 กว่า $100 นทล.กังวลหนี้สินสหรัฐ-ตอ.กลางเริ่มกลับมาระอุ ทองไทยตามมาห่างๆ หลังเงินบาทแข็งค่ากดดันไว้

มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย ครึ่งวันแรก ( 22 พ.ค.) ที่ผ่านมา ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยสมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 13.00 น. อยู่ที่ 51,550 บาท

ส่วนราคารับซื้อ 51,450 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,528.28 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์

ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า

ราคาทองคำในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นมาในช่วงเช้า ยังคงมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 51,700 บาท จึงกลับมาแนะนำ Wait and See รอดูการทดสอบแนวต้านดังกล่าวก่อน

หากสามารถผ่านได้ ราคาอาจกลับสู่ขาขึ้น แต่ประเมินว่าอาจยังผ่านแนวต้านบริเวณดังกล่าวได้ยาก โดยให้แนวต้านที่ 51,700 และ 52,200 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 50,000 และ 49,500 บาท

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ goldspot วานนี้ ( 21 พ.ค.) ปิดบวกอีก 25 ดอลลาร์ พร้อมแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ที่ 3,325 ดอลลาร์ ก่อนที่ในช่วงได้ขยับเพิ่มขึ้นไปทดสอบแถว 3,345 ดอลลาร์ รวม 4 วันปรับขึ้นมาแล้ว 130 ดอลลาร์

ทั้งนี้ราคาทองคำได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์การลงทุนในสหรัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ, หุ้นสหรัฐ และดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนทองคำ

ประกอบกับมีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง CNN รายงานเมื่อวันอังคารโดยอ้างแหล่งข่าวหลายแหล่งว่าอิสราเอลกำลังเตรียมโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ถ้าการโจมตีเกิดขึ้นจริงอาจจะทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคงต้องรอดูความคืบหน้าของสถานการณ์นี้ใกล้ชิด

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจในคืนนี้ สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนี PMI ภาคการผลิตและ การบริการเดือนพ.ค.

มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย Shining Gold มองว่า

ราคาทองคำ gold spot ค่อย ๆ เลี้ยงตัวขึ้นตามปัจจัยทางเทคนิคชี้นำ นับตั้งแต่สมารถ Break ทะลุเส้นเทรนด์ไลน์ 3,250 ดอลลาร์ ขึ้นมาได้

ปัจจุบันยังมีอีก 1 ด่านสำคัญบริเวณ 3,337-47 และ 3,370 ดอลลาร์ ที่ต้องทะลุและยืนขึ้นไปให้ได้ ถึงจะสามารถหลีกพ้นจากการพักฐานเชิงลึกแบบช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น รอราคาย่อตัวให้ Open Long ที่ 3,304 / 3,267 และ 3,228 ดอลลาร์ เคร่งครัด Stop Loss ที่ 3,210 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,334/3,354 และ 3,371 ดอลลาร์

ขณะที่ YLG Bullion มองว่า ราคาทองคำ gold spot ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

วันนี้หากยืนบริเวณ 3,314 ดอลลาร์ ได้ยังปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้าน 3,365-3,374 ดอลลาร์ หากหลุด 3,314 ดอลลาร์จะเข้าสู่ชุดพักตัว

แต่ถ้าการพักตัวระหว่างวันไม่หลุด 3,250 ดอลลาร์ ยังมองว่าเป็นพักเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุด 3,250 ดอลลาร์จะเสียโมเมนตั้มการปรับตัวขึ้นในระยะสั้น

สำหรับกลยุทธ์การเข้าซื้อควรรอการย่อตัว โดยเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาย่อไม่หลุด 3,292-3,260 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากราคาหลุด 3,250 ดอลลาร์ แบ่งขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 3,365-3,374 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,374 ดอลลาร์ไปได้ชะลอไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป

ขณะที่ T.D.C. Gold มองว่า

ราคาทองคำถึงแม้จะฟื้นตัวเป็นวันที่ 2 แต่ภาพรวมยังเป็นลักษณะการแกว่งตัวในกรอบกว้างๆ โดยความผันผวนที่เกิดขึ้น คือการผ่านร่างงบประมาณชุดใหม่ พร้อมกับการปรับลดภาษี ที่จะทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มขาดดุลการคลังเพิ่มมากขึ้น

ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมอย่างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น พร้อมกับภาษีสินค้าน้ำเข้าที่สูงขึ้น อาจจะกระทบการเติบโต ถึงแม้ดอกเบี้ยสูงจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ แต่ความไม่แน่นอนทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

ด้าน InterGOLD มองว่า

ราคา gold spot พุ่งขึ้นมาที่ 3,340 ดอลลาร์ ในเช้านี้ แต่เงินบาทแข็งค่ามาที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ทำให้ราคาทองคำไทยยังปรับตัวขึ้นมาได้ที่ 51,500 บาท

ทั้งนี้นักลงทุนกังวลภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอย่างต่อเนื่อง สะท้อนมาในตลาดหุ้นสหรัฐที่เมื่อคืนนี้ปรับตัวลงเกือบ 2% และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี ที่พุ่งขึ้นมาแตะ 5% แล้ว หนุนให้เกิดแรงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

แนวโน้มเชิงเทคนิค กราฟทองรายชั่วโมงแกว่งตัว Sideways กรอบใหญ่ ยังมีโอกาสขึ้นต่อได้ถึงแนวต้าน 3,380 ดอลลาร์จากโมเมนตั้มในช่วงนี้ที่มีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง รวมถึงการอ่อนค่าของสกุลเงิน USD

แนะนำเข้าซื้อตามแนวโน้มระยะสั้นได้แถว 3,290 ดอลลาร์หรือ 51,000 บาท ลุ้นขึ้นทะลุ 3,360 ดอลลาร์ ไปขายทำกำไรได้ที่แนวต้าน 3,380 ดอลลาร์ หรือ 51,800 บาท

ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้แนวรับรายวันที่ 3,287 และ 3,274 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,349 และ 3,362 ดอลลาร์

รับชมคลิป