Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ราคาทองโลกปิดพุ่ง 93 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 3,334 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ (6 พ.ค.) ที่ผ่านมา โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลัง ทรัมป์ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 100% กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศ พร้อมระบุว่าได้มอบอำนาจให้กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้ภาษีศุลกากรทันที ส่วนราคาทองในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 7 เดือน ทำให้ราคาทองในประเทศปรับฟื้นตัวไม่ค่อยร้อนแรงมากนัก ล่าสุดสามารถกลับมายืนเหนือ บาทละ 52,000 ได้อีกครั้ง
การประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวัน 6-7 พ.ค. ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการแถลงข่าวของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) ในระยะกลางถึงยาว XAU/USD ในกราฟรายสัปดาห์ ขณะที่กราฟรายวัน ยังสะท้อนฝั่งซื้อยังได้เปรียบตลาด โดยสามารถดีดตัวขึ้นจากบริเวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 20 วัน ซึ่งเป็นแนวต้านที่ประมาณ 3,269 ดอลลาร์ และยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 และ 200 วันยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน หากระหว่างวันสามารถยืนเหนือแนวรับ 3,320 ดอลลาร์ จะหนุนทำให้ทองมีแรงขึ้นต่อโดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 3,360-3,385 ดอลลาร์ แต่หากไม่ผ่านโซน 3,385 ดอลลาร์ อาจเผชิญแรงเทขายทำกำไรออกมาก่อนหลังเกิดสัญญาณการซื้อสูงในกราฟราย 1 ชั่วโมง และ 4 ชั่วโมง อาจเป็นโซนแบ่งขายทำกำไรปิดสถานะบางส่วนก่อน
ราคาทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 3,340 /3,320/3,285ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 3,360/3,385/3,400ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 52,000/51,800/51,600บาท
แนวต้าน 52,200/52,500/52,700บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50%
ขอขอบคุณ : บริษัท ออสสิริส จำกัด