Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง หลังตลาดทยอยเพิ่มโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI หนุนราคาทองทำจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน ที่ระดับ 2,725 ดอลลาร์ ก่อนที่ทองโลกปรับตัวร่วงปิดที่ 2,703 ดอลลาร์ ในวันศุกร์ (17 ม.ค.) หลังดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการถือเงินดอลลาร์เพื่อรับมือความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล Trump 2.0 ก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
สำหรับในสัปดาห์นี้ จับตา ความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ จากบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Trend) ในภาพรวมใหญ่ อย่างไรก็ตามระยะสั้นทองยังไม่สามารถเบรกเหนือ แนวต้าน 2,725 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากเกิดการเข้าซื้อเก็งกำไรต่อเนื่อง จนเกิดสัญญาณ การเคลื่อนเข้าเขตซื้อสูงใน RSI อินดิเคเตอร์ซึ่งทำให้เกิดแรงเทขายรุนแรงตามมา ระวังหากเกิดการปรับฐาน ราคาทองคำจะหลุดแนวรับที่ 2,690 ดอลลาร์ ทำให้มีโอกาสเคลื่อนไหวปรับตัวลงแถว 2,680-2,745 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่ SMA 21 วัน, SMA 50 วัน, SMA 100 วัน และจุดบรรจบของสามเหลี่ยมมาบรรจบกัน
หากราคาสามารถทะลุแนวต้านที่ 2,725 ได้ อาจเปิดสถานะซื้อ (Long) โดยมีเป้าหมายที่ $2,740 และตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ $2,700 อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านและกลับตัวลงมา อาจพิจารณาเปิดสถานะขาย (Short) โดยมีเป้าหมายที่ $2,655
ราคาทองโลก (Gold Spot):
แนวรับ 2,690/2,655/2,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 2,700/2,725/2,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 43,900/43,500/43,350บาท
แนวต้าน 43,950/44,200/44,350บาท
หมายเหตุ ราคาทองไทยเป็นราคาโดยประมาณซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน
ดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50%
ขอขอบคุณ : บริษัท ออสสิริส จำกัด