Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

goldspot ถูกเทขายช่วงท้ายสัปดาห์ แต่ไม่เสียทรงระยะสั้นหลังยืนเหนือ $2,620 ได้ สัปดาห์นี้หยุดยาวช่วงปีใหม่คาดขยับกรอบแคบ
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 42,250 บาท ส่วนราคารับซื้อ 42,150 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 42,750 บาท ส่วนราคารับซื้อ 41,386.80 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.97 บาทต่อดอลลาร์
โดย ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
แม้ราคาทองคำแท่งจะปรับตัวลง แต่คาดว่าการปรับตัวลงยังคงมีกรอบจำกัด ซึ่งมีแนวโน้มที่ราคาทองคำแท่งอาจยืนเหนือบริเวณราคา 42,000-42,150 บาท ได้ จึงแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 42,000 บาท และ 42,150 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 42,450 และ 42,550 บาท
ขณะที่ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาเคลื่อนไหว sideway up ในกรอบแคบ ๆ เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 2,621 ดอลลาร์ โดยราคาได้ขยับอยู่ในแดนบวกในช่วงต้นสัปดาห์ โดยขึ้นไปทดสอบแถว 2,640 ดอลลาร์ ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งทั้งในฝั่งของรัสเซีย-ยูเครน และตะวันออกกลาง ก่อนจะมาถูกเทขายในช่วงท้ายตลาด
ขณะที่สัปดาห์นี้ยังอยู่ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวก็คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวกรอบแคบแต่ต้องจับตาเรื่องของสถานการณ์ความขัดแย้งในจุดต่าง ๆ ที่อาจจะกลับมาร้อนแรงในช่วงวันหยุดด้วย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศก็จะไปเริ่มในวันที่ 2 มกราคม โดยจะเริ่มจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนธ.ค.จาก S&P Global ขณะที่วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคมจะมีตัวเลข ดัชนีภาคการผลิตเดือน ธ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)
มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
ราคาทองคำ gold spot ยังคงวิ่งซึมออกข้าง เนื่องด้วยวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ สัปดาห์นี้น่าจะยังคงต้องรอหลังปีใหม่กันต่อก่อนที่ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
โดยโซนแนวรับสำคัญที่ 2,600-2,585 ดอลลาร์ และ 2,550-2,540 ดอลลาร์ โดยราคายังคงวิ่งอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม sideway รอเลือกข้างอีกครั้งในเดือนมกราคม
ขณะที่โซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 2,640-2,645 ดอลลาร์ และ 2,660-2,670 ดอลลาร์ หากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นภายในสัปดาห์อาจพิจารณาขายทำกำไร ณ โซนดังกล่าวเพื่อรอเล่นรอบใหม่อีกครั้ง
ส่วนราคาทองคำไทย ให้แนวรับที่ 42,100-42,000 บาท และ 41,700-41,500 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 42,500-42,600 บาท และ 42,900-43,000 บาท
ด้าน Shining Gold มองว่า
ยังไม่มีปัจจัยหลักใด ๆ เข้ามาขับเคลื่อนตลาด การเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นลักษณะที่แคบมาก โดย 2 วันทำการสุดท้ายของปี Volume ตลาดที่เบาบาง ก็สามารถสร้างความผันผวนให้กับผู้ลงทุนได้
หากมี Breaking News ที่ไม่พึงประสงค์ใด ๆ เข้ามาในตลาด เพราะช่วงนี้เป็นต้นไป ในเชิงเทคนิคถือเป็นตลาดที่ไม่สมบูรณ์ ไม่เหมาะสมกับการเทรดแบบปกติหรือใช้การวิเคราะห์เชิงเทคนิคแบบปกติได้
สำหรับท่านที่รอเคลียร์สถานะจากการเหวี่ยงในช่วงที่เหลือของเดือน ก็สามารถหาจังหวะการเหวี่ยงจากกรอบรายวันได้เช่นเดิม
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น Wait & See ตลาด Volume บาง ความผันผวนจะสูงมาก ไม่เหมาะสมกับการเทรด โดยให้แนวต้านที่ 2,630/2,641 และ 2,659 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 2,616/2,605 และ 2,590 ดอลลาร์
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ยังร่วงต่อเนื่อง สะท้อนแรงซื้อขายที่เบาบางในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดีหากจะมองภาพรวมในปี 2567 จะเห็นได้ว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 27% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นรายปีที่ดีที่สุดในรอบ 14 ปี หรือเทียบเท่ากับปี 2553 โดยราคาทองคำในประเทศไทยก็สามารถพุ่งทะลุ 10,000 บาท ต่อบาททองคำได้
กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์สุดท้ายของปี ผู้ที่มีของแนะนำให้รอขายในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญอย่างการรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 20 มกราคม ที่อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวน
ส่วนคนที่ยังไม่มีทองคำในมือ ณ ระดับราคาบริเวณ 42,000 บาทต้น ๆ เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการทยอยซื้อสะสม เนื่องจากมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นในระยะสั้น
มาดูมุมมองเชิงเทคนิคราคาทองคำในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจปรับลดลงหลุดระดับ 42,000 บาท ได้อีกครั้ง หากนักลงทุนทำกำไรได้แล้ว ควรพิจารณาแบ่งขายบางส่วนเพื่อบริหารความเสี่ยง
ส่วนแนวโน้มปี 2025 และระยะยาว โดยในปี 2025 คาดว่าราคาทองคำอาจไม่มีการเคลื่อนไหวที่หวือหวานัก แต่ในระยะยาวยังไม่มีสัญญาณของขาลง
แม้อาจมีการพักตัวเป็นช่วง ๆ แต่ราคายังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อไป ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น
รับชมคลิป