Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

พูดคุยกับ คุณวิโรสินี สดากร AISA ผจก.ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
“GOLD TALK” จะพูดคุยกับ คุณวิโรสินี สดากร ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บจ.ชายน์นิ่งโกลด์ บูลเลี่ยน เกี่ยวกับเรื่องราวและความสำคัญของธนาคารกลางแต่ละแห่ง
โดยคุณวิโรสินี ระบุว่า ปัจจุบันธนาคารกลางสำคัญ ๆ ที่เมื่อมีการเคลื่อนไหวในเรื่องของนโยบายดอกเบี้ยจะมีอยู่ 5 แห่ง คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED , ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB , ธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BoE , ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BoJ และธนาคารกลางจีน หรือ PBOC
แต่ทั้งนี้ ราคาทองคำยังมีความเกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์โดยตรง ทำให้การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับทองคำ เพราะ FED จะมีเรื่องของนโยบายดอกเบี้ยที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์
ส่วนธนาคารที่มีความสำคัญรองลงมาในช่วงนี้ ยกให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BoJ ตามมาด้วยธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB , ธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BoE และธนาคารกลางจีน หรือ PBOC ซึ่งการขยับตัวเรื่องของนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางแต่ละแห่งจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ โดยมีน้ำหนักและความสำคัญที่ต่างกันไป
ขณะที่ BoE หลังจากได้ออกจากกลุ่ม EU ความสำคัญของเงินปอนด์ก็เริ่มลดลง ส่วนของจีนจะเอาไว้ดูเกี่ยวกับเงินทุนสำรอง หรือการเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน รวมถึงนโยบายของทางการจีน แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบมากนักถ้าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสำคัญ
ขณะที่ BoJ ที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 2 เนื่องจากนโยบายและอัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างจาก FED ขณะที่ ECB, BoE จะมีการขึ้นลงของดอกเบี้ยคล้อยตาม FED โดยหลังจากที่ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ได้ขึ้นดอกเบี้ยอย่างมากมาย และเพิ่งมาปรับลด
แต่ BoJ ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบมาโดยตลอด และเพิ่งกลับมาขึ้นดอกเบี้ย เพราะที่ผ่านมาเงินเยนอ่อนค่ามากเป็นผลมาจากการที่ดอลลาร์แข็งค่า
ผลที่ตามมาก็คือ เกิดการ carry trade ซึ่งหมายถึงการไปกู้เงินฝั่งญี่ปุ่นลงทุนในประเทศที่มีดอกเบี้ยแพง ก็ยิ่งกดให้เงินเยนอ่อนค่า ทาง BoJ ก็แก้ปัญหาด้วยการลดการซื้อพันธบัตร ไปควบคุมยีลด์ curve โดยไม่แทรกแทรงค่าเงินหรือการขึ้นดอกเบี้ย
แต่ในระยะหลัง การใช้วิธีการดังกล่าวเริ่มไม่ได้ผลก็กลับมาขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ขบวนการ carry trade ลดลง ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า เงินเยนแข็งค่าขึ้น และราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม
ดังนั้น เมื่อ FED เริ่มเดินหน้าลดดอกเบี้ย โดยล่าสุดประกาศลดดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% จึงต้องจับตาดูว่าทาง BoJ จะเดินเกมส์อย่างไรต่อ เพราะก่อนหน้านี้ทาง ECB ได้ลดดอกเบี้ย 0.25% มาแล้ว 2 ครั้ง และคาดว่า BoE ก็อาจจะลดดอกเบี้ยลงเช่นกัน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีการคาดการณ์ว่าหาก FED ลดดอกเบี้ยไม่มาก ทาง BoJ อาจจะต้องดำเนินการนโยบายดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อดึงให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น แต่เมื่อ FED ใช้ยาแรงทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า ทาง BoJ อาจจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
โดยไปรอดูจังหวะที่เหมาะสม เพื่อปรับนโยบายการเงินต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อ BoJ ขยับแต่ละครั้งจะเห็นได้ว่าราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลง แม้อาจจะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็จะเห็นได้ว่า ได้ส่งผลต่อเงินดอลลาร์และทองคำพอสมควร