Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

สัปดาห์นี้ราคาทองคำอาจผันผวนหนัก เกาะติดผลการประชุม FOMC – ตัวเลขการจ้างงาน ลุ้นทองคำอย่าร่วงหลุด $2,290
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
.
ขณะที่ ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 41,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 40,022.40 บาท คำนวณจากเงินบาท 37.04 บาทต่อดอลลาร์
ซึ่ง ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองคำแท่งมีการฟื้นตัวระยะสั้น แต่คาดว่าการฟื้นตัวมีกรอบจำกัด หากเทรดดิ้งทำกำไรระยะสั้น สามารถเข้าซื้อบริเวณ 40,500-40,600 บาท และสามารถทำกำไรที่ 41,200-41,300 บาท
อย่างไรก็ตาม หากลงทุนระยะยาวขึ้น สามารถ wait & see รอราคาทองคำแท่งย่อตัวลงมา โดยให้แนวรับที่ 40,850 และ 40,800 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 41,050 และ 41,150 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ ผ่านมา (22-26 เม.ย.)
ปิดปรับตัวลดลง 54 ดอลลาร์ -2.25% โดยราคาได้พยายามขึ้นไปทดสอบระดับ 2,400 ดอลลาร์ แต่ไปไม่ถึง ก่อนจะกลับมาปิดสัปดาห์ที่ 2,337 ดอลลาร์ ขณะที่จุดต่ำสุดได้ลงไปแตะที่ 2,291 ดอลลาร์
โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองคำมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเบาบางลง ขณะที่ปัจจัยหนุนมาจาก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ไม่สู้ดี ทั้ง GDP ไตรมาสแรกที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่เงินเฟ้อ Core PCE ได้เพิ่มเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าตลาดคาด
สัปดาห์นี้ มีหลายเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศ เดือน เม.ย. ของ ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน เม.ย. ในคืนวันศุกร์
โดย เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
ทิศทางราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหว sideway ในกรอบ 2,300-2,350 ดอลลาร์
โดยภาพรวมตลาดอยู่ในช่วงพักฐานเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อนที่จะเลือกข้าง โดยสัปดาห์นี้รอติดตามผลการประชุมจาก FED และตัวเลขดอกเบี้ยจากทางสหรัฐฯ
ทั้งนี้ โซนแนวรับสำคัญ อยู่ที่ 2,320-2,305 ดอลลาร์ และ 2,280-2,265 ดอลลาร์ ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐานรอดูว่าจะหลุด 2,300 ดอลลาร์ เพื่อลงต่อหรือไม่หลังจากผลการประชุม FED ในช่วงกลางสัปดาห์
ขณะที่ โซนแนวต้านอยู่ที่ 2,375-2,390 และ 2,415-2,430 ดอลลาร์ ตามลำดับ หากราคาขยับขึ้นต่อ อาจพิจารณาขายทำกำไรที่แนวต้านดังกล่าว และหากราคายังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ให้ระวังแรงขายที่อาจจะทุบราคากลับลงมาอีกครั้ง
ด้าน YLG Bullion ระบุว่า
แม้ว่าราคาทองคำจะฟื้นตัวขึ้น แต่วันนี้ราคายังคงสร้างระดับต่ำสุดใหม่ หากราคาปรับตัวขึ้นต่อจำกัด แนะนำเสี่ยงเปิดสถานะขายทำกำไรระยะสั้น หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 2,344-2,363 ดอลลาร์ เน้นทำกำไรจากการแกว่งตัว
โดยปิดสถานะขายเพื่อทำกำไร หากราคาปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับ 2,311-2,292 ดอลลาร์ ทั้งนี้ สถานะขาย ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 2,363 ดอลลาร์
ขณะที่ ARR Gold Trading ระบุว่า
ยังคงไม่มีแรงซื้อและขายที่ชัดเจน ทำให้ในระยะสั้นราคาทองคำแกว่งตัวออกไปทางด้านข้าง ซึ่งเหมาะกับการใช้กลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น
โดยนักลงทุนพิจารณาแบ่งเงินเป็นหลายส่วนกระจายเข้าซื้อตามแนวรับ 2,320-2,310-2,300 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาลงต่ำกว่า 2,300 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อหรือเข้าใกล้แนวต้าน 2,345-2,350-2,360 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ SCT Gold ระบุว่า
กลยุทธ์ระยะสั้น เน้นเทรดเร็ว หรือ ขึ้นขายลงซื้อ จับตาแนวรับ 2,300 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,355 ดอลลาร์
ส่วนนักลงทุนระยะกลาง เน้นรอย่อเท่านั้น และเป็นการทยอยซื้อช่วงย่อตัวแรง ต่ำกว่า 2,300 ดอลลาร์ ลงมา
คาดว่า สัปดาห์นี้การแกว่งของราคาจะกว้างเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้แนวรับที่ 2,300 และ 2,265 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้าน อยู่ที่ 2,350 และ 2,380 ดอลลาร์