Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ผลักดันให้ราคาทองคำกลับสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน หลังตัวเลขที่ออกมามีสัญญาณของการชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ราคาทองคำได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเมื่อวันศุกร์ ซึ่งห่างจาก 1,900 ดอลลาร์ ไม่มากนัก เพิ่มขึ้น 2.32% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และเป็นการปรับขึ้น 3 สัปดาห์ติด รวมกว่า 70 ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์ล่าสุดของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงาน เดือน ธ.ค. แสดงให้เห็นว่า ชะลอตัวเล็กน้อย
โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่ง แต่ข้อมูล เดือน พ.ย. ได้รับการแก้ไขลดลงเป็น 256,000 ตำแหน่ง
หนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่เป็นบวกจากรายงานการจ้างงาน คือ ตัวเลขค่าจ้างที่ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังลดลง รายรับรายชั่วโมงเฉลี่ย ปีต่อปี เดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ที่ 5% ขณะที่เดือน พ.ย. อยู่ที่ 4.8%
ตัวเลขการจ้างงาน โดยรวมแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจค่อย ๆ สงบลง โดยอัตราเงินเฟ้อลดลง และตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง และยังไม่เห็นการชะลอของเศรษฐกิจ
ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นตามการเปิดเผยข้อมูล โดยไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,869 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เดือน มิ.ย. ปีที่ผ่านมา
สิ่งที่ทองคำจะต้องทำต่อในระยะถัดไป คือ การรักษาแนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปิดสัปดาห์ในแดนบวก จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวทางการซื้อขายทองคำ หลังจากได้สร้างแนวโน้มขาขึ้นตั้งแต่ต้น เดือน พ.ย. อย่างไรก็ดี ต้องไปดูตัวเลข CPI และ PCE ในระยะถัดไป
แนวต้านต่อไป ที่ทองคำจำเป็นต้องทำลาย คือ 1,896.50 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปที่แนว 61.8% ของจุดสูงสุดของ เดือน มี.ค. ปีที่แล้วแถว ๆ 2,070 ดอลลาร์ แต่ยังไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้
เนื่องจากตัวบ่งชี้โมเมนตั้มว่า ราคาจะยัง sideway ออกไป เพราะมีโอกาสประมาณ 1 ใน 3 ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม FOMC ช่วงต้นเดือน ก.พ. โดยหากราคาทองคำยังคงอยู่เหนือบริเวณ 1,825-1,830 ดอลลาร์ ก็ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานตัวเลขแรงงานเมื่อวันศุกร์ รายงานของ FedWatch Tool ของ CME พบว่า ตลาดคาดการณ์ว่า มีโอกาส 74.2% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ใน เดือน ก.พ.
ข้อมูลที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า อัตราเงินเฟ้อเป็นหนึ่งในรายงานสำคัญที่นักลงทุนจะต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากรายงานการประชุมของเฟดใน เดือน ธ.ค. แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ รู้สึกว่า จำเป็นต้องทำงานมากขึ้น เพื่อต่อสู้กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ตลาดคาดการณ์ว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. จะชะลอตัวลงเหลือ 6.5% หลังจากเดือน พ.ย. อยู่ที่ระดับ 7.1%
ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค. จะมีการประกาศในวันพฤหัส พร้อมกับตัวเลขผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จากนั้นในวันศุกร์ จะมีตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ของ ม.มิชิแกน
อ้างอิง : Kitco.com