Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ปัจจุบันเราจะเห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี จนถึงตอนนี้เงินเฟ้อก็ยังไม่ร่วงลงเท่าไหร่เลย เกิดคำถามกันว่า การขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง สามารถแก้ปัญหาเงินเฟ้อได้จริงหรือไม่
ในทางทฤษฎี การขึ้นดอกเบี้ย คือการดึงเงินออกจากระบบเศรษฐกิจ ทำให้คนไม่อยากใช้จ่าย เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นทั้งดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น ก็จะมีแนวโน้มให้คนไม่อยากใช้เงิน อยากจะฝากเงินมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ที่ดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น ก็ทำให้คนไม่อยากลงทุน หรือใช้จ่าย
ในทางปฏิบัติจริง การขึ้นดอกเบี้ยที่รุนแรง อาจส่งผลให้บริษัทบางที่ถึงกับขาดทุนจนถึงขั้นปิดกิจการไปเลยก็มี เพราะจ่ายดอกเบี้ยไม่ไหว นำมาสู่การตกงาน และเมื่อคนเริ่มตกงานการเยอะขึ้น ก็ส่งผลให้คนไม่อยากใช้จ่าย การที่คนไม่อยากใช้จ่าย มันก็ทำให้ราคาสินค้าต้องปรับตัวลดลงเอง เพราะขายแพงมันขายไม่ออก นำมาสู่เงินเฟ้อลดลงในที่สุด

จากรูป
เราจะเห็นช่วงปี 1980 อัตราเงินเฟ้อเป็นขาขึ้น และขึ้นไปสูงสุดที่ 10% ในช่วงเวลานั้น เราจะเห็นว่า เฟดได้พยายามขึ้นดอกเบี้ยเรื่อย ๆ และดอกเบี้ยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 18% หลังจากนั้นไม่นาน เราจะเห็นแถบสีเทาแสดงถึงคนตกงานกันละ แล้วในขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อก็ร่วงลงเรื่อย ๆ ด้วย เป็นไปตามทฤษฎีข้างบนเป๊ะ ๆ เลย
สิ่งที่ปัจจุบันแตกต่างจากช่วงปี 1980 คือ ดอกเบี้ยเรายังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ บางสำนักก็บอกว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกเยอะ ถึงจะหยุดเงินเฟ้อได้ ดูอย่างในอดีตสิ ดอกเบี้ยต้องสูงกว่าเงินเฟ้อ มันถึงจะหยุดเงินเฟ้อได้ ( เส้นสีเขียวต้องอยู่เหนือเส้นสีแดง )
ซึ่งปัจจุบันปริมาณหนี้ในระบบเศรษฐกิจมันใหญ่กว่าสมัย 1980 มาก การขึ้นดอกเบี้ยแค่ระดับ 5% อาจส่งผลกระทบหนักกว่า การขึ้นดอกเบี้ยในปี 1980 ที่ระดับ 18% ก็เป็นได้
และถึงแม้เราจะยังไม่รู้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะทนรับดอกเบี้ยได้ถึงระดับไหน แต่ที่เรารู้ก็คือ เงินเฟ้อระดับสูงแบบนี้ จะร่วงลงได้ มักเกิดจากเศรษฐกิจถดถอย เกิดการตกงาน