Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

แนวรับ 4100 หรือ 63000
แนวต้าน 4160 หรือ 63600
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงนี้ โดยราคาทองไทยทะยานขึ้นมายืนอยู่ราว 63,400 บาท ขณะที่ราคาสปอตในตลาดโลกก็พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4,140 ดอลลาร์สหรัฐ การดีดตัวครั้งนี้ถือว่ารวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยสำคัญทั้งในเชิงเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุน
ในเชิงเทคนิค การที่ราคาทองคำในตลาดโลกสามารถยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้ในสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด
ขณะนี้ ราคากำลังทดสอบแนวต้านสำคัญ หากสามารถทะลุผ่านระดับ 4,160 – 4,165 ดอลลาร์ ไปได้ จะถือเป็นสัญญาณยืนยันว่า แนวโน้มขาลงในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้สิ้นสุดลงแล้ว
หลังจากนั้น ตลาดอาจเข้าสู่ภาวะพักฐานเพื่อสะสมกำลัง (Sideway) หรือมีโอกาสกลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ได้อย่างชัดเจน
การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักๆ ดังนี้: ความหวังเรื่องนโยบายผ่อนคลาย (QE) แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ได้ประกาศทำ QE (Quantitative Easing) หรือการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ แต่ตลาดกำลังตีความสัญญาณล่วงหน้า โดยเฉพาะการที่เฟดประกาศจะยุติการดึงสภาพคล่องกลับ (Quantitative Tightening หรือ QT) ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ทำให้นักลงทุนมองว่า ขั้นตอนต่อไปหลังจากหยุด QT ก็คือการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลาย ซึ่งการอัดฉีดเงินเข้าระบบหรือการพิมพ์เงินเพิ่ม จะส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า และเป็นผลดีต่อราคาทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในระยะหลังเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง ประกอบกับผลกระทบจากเหตุการณ์ Government Shutdown ที่ทำให้การประกาศตัวเลขการจ้างงานสำคัญต้องล่าช้าออกไป ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนี้ ตลาดจึงตีความว่า เฟดอาจจำเป็นต้องกลับมาใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือการลดดอกเบี้ยหรือทำ QE นั่นเอง
เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า จากปัจจัยทั้งสองข้อข้างต้น ตลาดได้คาดการณ์ไปแล้วว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
สถานการณ์ในตลาดมักมีเรื่องน่าสนใจเสมอ นั่นคือ “ข่าวมักจะวิ่งตามราคา”
ในช่วงที่ราคาทองคำร่วงลงไปอยู่ที่ 60,000 บาท ตลาดเต็มไปด้วยข่าวร้ายและความกังวล แต่เมื่อราคาดีดตัวกลับขึ้นมา ข่าวดีต่างๆ ก็เริ่มปรากฏให้เห็น นี่คือบทเรียนสำคัญด้านจิตวิทยาการลงทุนที่ว่า “จงกล้าเมื่อคนอื่นกลัว และจงกลัวเมื่อคนอื่นกล้า”
ช่วงที่ตลาดกลัวสุดขีด (ราคา 60,000): มักเป็นจังหวะที่ควรกล้าเข้าซื้อสะสม
ช่วงที่ตลาดโลภสุดขีด (เช่น ตอนราคา 67,000): เป็นจังหวะที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หรือทยอยทำกำไร
กลยุทธ์ในปัจจุบัน
สำหรับนักลงทุนในตอนนี้ ราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นมาพอสมควรแล้ว การไล่ราคาในตอนนี้อาจมีความเสี่ยง กลยุทธ์ที่แนะนำคือ:
รอดูการปิดตลาดรายสัปดาห์: ควรรอให้แท่งเทียนรายสัปดาห์ปิดในวันศุกร์นี้ก่อน หากสามารถปิดบวกได้อย่างแข็งแกร่ง (เช่น ยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์) ก็จะยิ่งยืนยันสัญญาณการกลับตัว
รอจังหวะย่อซื้อในสัปดาห์หน้า: หากตลาดยืนยันขาขึ้นแล้ว ควรรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงในสัปดาห์ถัดไป (เช่น ย่อมาที่แนว 4,100 หรือ 4,060-4,070 ดอลลาร์) เพื่อเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ มากกว่าการไล่ราคาในปัจจุบัน
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด