สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 21 ส.ค.68

ทองคำไทยเปิดตลาดบวก 250 บาท gold spot ดีดแรงขึ้นทดสอบ $3,350 หลัง “ทรัมป์” แทรงแซง FED กดดอลลาร์ร่วง

มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 21 ส.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาแรกของวันเพิ่มขึ้นแรง 250 บาท

ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น.อยู่ที่ 51,500 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,400 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,376.68 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.57 บาทต่อดอลลาร์

โดย  ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า

ราคาทองในประเทศได้ปรับตัวขึ้นตามทองโลก แนะนำเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,250 และ 51,150 บาท ขายตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 51,150 บาท ลงไป และไปขายทำกำไรที่แนวต้าน 51,650 และ 51,750 บาท

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ กลับมาปิดบวก 33 ดอลลาร์ ขึ้นไปแตะระดับ 3,350 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนหลัง ปธน. ทรัมป์ เรียกร้องให้ นางลิซ่า คุก หนึ่งในผู้ว่าการเฟดลาออก โดยอ้างอิงรายงานจาก Bloomberg ที่เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลการเคหะของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ขอให้อัยการสูงสุดสอบสวนในข้อกล่าวหาฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ขณะที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ กำลังพิจารณาปลดนางคุกออกจากตำแหน่ง เป็นการตอกย้ำความพยายามของเขาในการมีอิทธิพลเหนือเฟด ซึ่งบั่นทอนความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง จนหนุนราคาทองคำ

นอกจากนั้นราคาทองคำได้แรงหนุนจาก บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ลงสู่ระดับ 4.29% จากระดับสูงสุดที่ 4.34% อีกทั้งดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 98.4 – 98.0 หน่วย

แต่ราคาทองคำปรับขึ้นในกรอบจำกัด หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด วันที่ 29-30 ก.ค. แสดงให้เห็นว่า เฟดยังคงกังวลภาวะเงินเฟ้อมากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ แม้ว่าภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์ อาจทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราว แต่เฟดยังคงระวังความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อและคงดอกเบี้ย 4.25-4.5% มากกว่าการรีบเร่งลดดอกเบี้ย

ส่งผลให้ CME FedWatch คาดการณ์ว่า เฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง

วันนี้ติดตามการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เมือง Jackson Hole รัฐไวโอมิง ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม

นอกจากนั้นยังมีการประกาศตัวเลข ผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 227,000 ราย จากเดิมอยู่ที่ 224,000 ราย นอกจากนั้นยังมีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือนส.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 49.9 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 49.8 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ เดือนส.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 53.3 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 55.7

ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ Shining Gold มองว่า

ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนเชิงบวกจากความเสี่ยงที่ว่าผู้ว่าธนาคารเฟด “ลิซ่า คุก” มีโอกาสมีความผิดฐานจำนองสินเชื่อบ้านปบบผิดปกติ ทำให้ ปธน.ทรัมป์ ถือโอกาสเข้าแทรกแซงกดดันให้ลาออก เพื่อแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เฟดคนใหม่ที่สนับสนุนการลดดอกเบี้ยมากขึ้น

ทำให้ภาพรวมทองคำรายวันพลิกกลับมาดีขึ้น ขณะที่ภาพรายสัปดาห์ยังคงต้องดูการปิดของกราฟ เนื่องจากวันศุกร์ยังมีข่าวใหญ่ให้ต้องติดตามคือ การแถลงการณ์ของ ปธ.เฟด จากเวที Jackson Hole ซึ่งยังค่อนข้างคาดการณ์ยากว่า จะมีการส่งสัญญาณการให้น้ำหนักต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากน้อยแค่ไหน ระหว่างนี้เป็นการลงทุนช่วงสั้นตามการปิดตัวทางเทคนิคไปก่อน

กลยุทธ์การลงทุน รอย่อตัวให้ Open Long ที่ 3,334 และ3,318 ดอลลาร์ มีจุด SLที่ 3,315 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,352/3,358 และ3,374 ดอลลาร์

ขณะที่ YLG Bullion กล่าวว่า

วานนี้ราคา gold spot ดีดตัว หลังเข้าสู่สภาวะ Oversold ในบาง TF พร้อมกับผ่าน 3,345 ดอลลาร์ไปได้ ทำให้มีมุมมองเชิงลบลดลง วันนี้ราคาอาจจะพักตัวในระยะสั้น หลังจากราคาเข้าสู่ภาวะ Overbought พร้อมกับมีสัญญาณ Bearish Divergence และ Hidden Bearish Divergence อย่างไรก็ดี หากการพักตัวไม่หลุด 3,311 ดอลลาร์ ราคาจะเริ่มสร้างมุมมองว่าการพักตัวอาจจะจบไปแล้ว

กลยุทธ์การลงทุน รอเสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด 3,332-3,311 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,311 ดอลลาร์ ไปขายกำไรหากราคาดีดตัวไม่ผ่าน 3,353-3,358 ดอลลาร์ หากผ่านไปได้ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป

ขณะที่ GT Gold มองว่า

ราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้ม Sideway คาดเคลื่อนไหวบริเวณ 3,340 –3,345 ดอลลาร์ หลังจากรีบาวด์ จากแนวรับ 3,310 ดอลลาร์ ขณะนี้ราคาทดสอบ 3,352 ดอลลาร์หากราคายืนเหนือแนวนี้ได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 3,375-3,395 ดอลลาร์ แนวโน้มจะกลับเข้าสู่แดนบวกต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน หากราคาปรับลงและหลุดต่ำกว่าแนวรับ 3,310 ดอลลาร์ จะเป็นสัญญาณเชิงลบเพิ่ม มีโอกาสลงสู่ 3,290 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับถัดไป และหากหลุดระดับดังกล่าวมีความเสี่ยงราคามีความเสี่ยงจะเข้าสู่แนวโน้มขาลงชัดเจนมากขึ้น

ทั้งนี้ให้แนวต้านแรกที่ 3,375 ดอลลาร์ แนวต้านถัดไปที่ 3,395 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 3,310 ดอลลาร์ แนวรับที่ 2 อยู่ที่ 3,290 ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้แนวรับรายวันที่ 3,337 และ 3,324 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,350 และ 3,362 ดอลลาร์

รับชมคลิป