สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 11 ส.ค.68

gold spot พยายามปักหลักเหนือ $3,400 รอผลเจรจา สหรัฐ-จีน-รัสเซีย และตัวเลข CPI ทองไทยร่วงมาแถว 51,500 บาท

มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 11 ส.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกลดลง 250 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งจะปรับลดลงอีก 50 บาท

ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ 11.00 น. อยู่ที่ 51,650 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,550 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,450 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,513.12 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.32 บาทต่อดอลลาร์

โดย T.D.C. Gold มองว่า

ค่าเงินบาทแข็งค่ากดดันราคาทองคำในประเทศ แม้ราคาทองโลกปรับตัวขึ้น ขณะที่ตลาดจับตาว่า ธปท. อาจปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 13 ส.ค. หรือไม่

นอกจากนี้ เงินเฟ้อไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากราคาพลังงานและอาหารที่ลดลง แม้ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย รัฐบาลจึงอนุมัติงบ 18.5 พันล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐ ซึ่งจะอาจช่วยเพิ่มอุปสงค์ทองคำในประเทศ แต่เงินบาทแข็งยังคงเป็นปัจจัยถ่วงราคาไว้

ขณะที่ ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า

ราคาทองในประเทศอยู่ในระยะ Sideway Up ตามทองคำโลก ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าระยะสั้น จึงแนะนำเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,550 และ 51,350 บาท ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 51,350 บาท และขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 52,060 และ 52,280 บาท

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot เมื่อวันศุกร์ ยังคงอยู่ในช่วงไต่ระดับขึ้น จากการที่ตลาดยังคงกังวลการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าทองคำแท่ง 1 KG จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ระดับ 39% ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลว่าสวิตฯ ที่ส่งออกทองคำถึง 61.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือน มิ.ย. ไปยังสหรัฐฯ อาจเกิดภาวะหยุดชะงัก

อีกทั้งตลาดยังกังวลว่าทองคำแท่งขนาด 400 ออนซ์ที่มีการซื้อ-ขายจำนวนมากจากตลาดลอนดอน อาจถูกจัดเก็บภาษีด้วย จากปัจจัยข้างต้น เป็นเหตุให้ตลาดทอง COMEX Future และตลาดทอง Spot ปรับตัวขึ้นตามกัน

ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ – จีน มีแนวโน้มขยายเส้นตายภาษีศุลกากรออกไป 90 วัน ก่อนที่จะถึงวันที่ 12 ส.ค. แต่ฝั่งจีนได้ออกมาปฏิเสธสหรัฐฯ ในการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยย้ำถึงความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ

ประเด็นสนใจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ วันอังคารที่ 12 สิงหาคม จะมีตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะลดลงมาที่ 0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.3%

และเมื่อเทียบเป็นรายปี จะเพิ่มขึ้นแตะ 2.8% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่2.7 % ขณะที่ Core CPI เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้าขึ้นมา 0.2%

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม มีตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คาดจะลดลงเหลือ 225,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 226,000 ราย ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะเพิ่มขึ้น0.2%จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.0%

ส่วนวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม จะมีตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะลดลงแตะ 0.5% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่0.6% และ Core Retail Salesเมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะลดลงแตะ 0.3% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่0.5%

นอกจากนั้นในวันศุกร์ (15 ส.ค.) ทางผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซีย อาจมีการเจรจาหารือ ที่อะแลสกา เพื่อหาข้อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน หากว่าเจรจาสำเร็จคาดจะเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำมาก

ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง InterGOLD มองว่า

ปัจจัยทางการเมืองของสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของ ปธน. ทรัมป์ เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำระหว่างประเทศ ความแตกต่างระหว่างราคาทำคำสปอตและทองคำฟิวเจอร์สที่กว้างถึง 60 ดอลลาร์ บ่งชี้ถึงภาวะที่ไม่ปกติและอาจเป็นสัญญาณให้ราคาทองคำ 99.99% ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ กราฟทางเทคนิคยังคงแสดงทิศทางขาขึ้น โดยให้แนวต้าน 3,400 ดอลลาร์ หรือทองคำไทย 51,900 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 3,350 ดอลลาร์ หรือ ทองคำไทย 51,500 บาท

ด้าน GCAP Gold มองว่า

ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 3,400 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่เพิ่งประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองแท่ง ปัจจัยนี้ช่วยหนุนตลาดทองจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านอุปทานและต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น

ขณะที่แรงซื้อยังได้แรงเสริมจากความคาดหวังสูงถึง 90% ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน หลังข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอ อย่างไรก็ดีการปรับขึ้นของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร กดดันไม่ให้ราคาทองคำ สามารถผ่านแนวต้านจิตวิทยาที่ 3,400 ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน

กลยุทธ์การลงทุน แนะรอซื้อที่ 3,358 ดอลลาร์ ให้แนวรับที่ 3,358 / 3,353 และ 3,348 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 3,340ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,390 / 3,395 และ 3,400ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ ARR Goldtrading มองว่า

ราคาทองคำแกว่งอยู่ในกรอบแคบ และไม่มีสัญญาณเลือกทางที่ชัดเจน นักลงทุนอาจรอหรือพิจารณาเก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ โดยแบ่งเงินเป็นหลายส่วนเข้าซื้อตามแนวรับ 3,390/3,380 และ 3,370 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,370 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อหรือทดสอบแนวต้าน แนวต้าน 3,410/3,420และ3,430ดอลลาร์

รับชมคลิป