Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
ทองคำเหวี่ยงตัวรับเดดไลน์สงครามการค้า ช่วงต้น Q3 ยังมีหลายเรื่องร้อนต้องเกาะติด แต่หากกลับไปยืนเหนือ $3,430 อาจเห็น $3,500
โดยเรื่องหลักที่ต้องจับตามอง ก็คือความไม่แน่นอนในประเด็นกำแพงภาษี ของ ปธน.ทรัมป์ ที่จะถึงกำกนดเส้นตาย 1 ส.ค. เพราะขณะนี้หลายประเทศอยู่ระหว่างการเจรจา
แต่ประเทศที่ต้องจับตา คือ กลุ่ม EU ,แคนาดาและเม็กซิโก นอกจากนั้นยังต้องจับตาการเจรจากับจีนด้วย แต่ทว่าเดดไลน์ของจีนเป็น 12 สิงหาคม แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าจะขยายเส้นตายอันนี้ออกไป หากว่าคลี่คลายไปในทางที่ดีก็อาจจะกดดันราคาทองคำได้
นอกจากนั้นต้องจับตาเรื่องการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ในวันที่ 30-31 ก.ค. ซึ่งจาก dot plot ล่าสุด คาดการณ์ว่าปีนี้เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ แต่ ปธน.ทรัมป์ ยังเดินหน้ากดดัน เฟดให้ลดดอกเบี้ยโดยเร็ว ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อความเป็นอิสระของเฟด กดดันเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม ฮั่วเซ่งเฮง กล่าวเพิ่มเติมว่าในภาพรวมปีนี้อยากให้จับตามองเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มไม่สู้ดีนักสะท้อนได้จากความต้องการทองคำ ของ ETF และธนาคารกลาง
โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แรงซื้อทองคำจากทั้ง 2 กลุ่ม ถือว่าร้อนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี ทั้งนี้จากผลสำรวจรอบล่าสุดพบว่า 95% ของผู้บริหารธนาคารกลางเชื่อว่าการถือครองทองคำทั่วโลกจะยังเพิ่มขึ้น และ 43% ระบุว่าธนาคารกลางของตนมีแผนที่จะซื้อเพิ่มภายใน 12 เดือนข้างหน้า
สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ได้ว่าปัญหาต่างๆ ยังคงมีอยู่ ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ยังซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงวิกฤตในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน แล้วก็อยากจะมีบทบาทในการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จะมีการซื้อทองคำเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
นอกจากนั้นยังต้องจับตาสถานการณ์อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐ ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกดดันให้เงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง รวมถึงผลกระทบจากกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้แรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง
รวมถึงยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม BRICS+ ที่มีกระบวนการลดการพึ่งพาดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ และยังต้องจับตาเรื่องของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พร้อมจับการประทุอีกครั้ง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม ฮั่วเซ่งเฮง กล่าวอีกว่า เมื่อมองจากสถานการณ์โดยรวมทำให้ มองว่าช่วงต้นครึ่งปีหลังราคายังมีแนวโน้มที่เร่งตัวขึ้น โดยมองแนวต้านแถว 3,430 ดอลลาร์ ราคาทองคำไทยจะอยู่ที่ ประมาณ 52,300-400 บาท ให้แนวรับอยู่ประมาณ 3,300 ดอลลาร์ หรือถ้าย่อไปมากกว่านั้นก็ประมาณ 3,245 ดอลลาร์ คิดเป็นราคาทองคำไทย แนวรับแรกแถว 50,600 บาท ถ้าหลุดลงมาจะอยู่ที่ประมาณ 49,600 บาท
ทั้งนี้หากราคามีปัจจัยหนุนจนทะลุ 3,430 ดอลลาร์ไปได้ แนวต้านถัดไปคงเป็น 3,500 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของราคาทองคำโลกในช่วงก่อนหน้า หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 53,400 บาท ทั้งนี้ราคาทองคำไทยยังได้รับแรงกดดันจากเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่า
รับชมคลิป