Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

สัมภาษณ์พิเศษ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG)
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
ชี้ทองคำยังเป็น “safe haven” คาดตลาดผันผวนหลัง “ทรัมป์” ครองอำนาจ ลุ้นปีนี้จะพุ่งแตะ $3,000 ได้หรือไม่
หลังจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ พร้อมกับแถลงนโยบายไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยในช่วง 2-3 วันแรก ราคาทองคำยังตอบรับในแดนบวก ด้วยการขยับขึ้นไปยืนเหนือ 2,750 ดอลลาร์ ได้
จากการประเมินในภาพรวม ทาง YLG ยังมองแนวโน้มที่ค่อนข้างเป็นบวกสำหรับราคาทองคำในปีนี้ และยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองการลงทุน แต่มองว่าการเคลื่อนไหวของราคาจะมีความผันผวนมากขึ้น
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่านโยบายที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศออกมาในช่วงต้นของการขึ้นครองอำนาจ หลาย ๆ นโยบายได้สร้างความประหลาดใจ
อย่างในเรื่องของการเก็บภาษีการค้ากับจีน ที่ยังรุนแรงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หรือเรื่องของการเร่งยุติสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ก็ไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับที่ประกาศไว้ในช่วงการหาเสียง ทำให้ตลาดยังคงกังวลและรอการประกาศนโยบายเพิ่มเติมในช่วงหลังจากนี้
คุณฐิภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเห็นได้ว่า ทั้งราคาทองคำและราคาคริปโตฯ ได้ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในส่วนของทองคำยังมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องติดตามการเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าจะมีการประกาศนโยบายใหม่ ๆ หรือมีการปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ เคลื่อนไหวผันผวน
ในส่วนของการลงทุนทองคำ ถ้าเป็นภาพรวมใหญ่ยังมองเป็นทิศทางขาขึ้น และอยากจะให้นักลงทุนได้เก็บสะสมทองคำไว้ในสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ตการลงทุน นักลงทุนที่ยังไม่มีสถานะในมือ รอราคาย่อตัวให้ซื้อสะสม
ขณะที่ กลุ่มนักลงทุนระยะสั้น จะต้องดูเรื่องของเทคนิคราคา ประกอบกับการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้วางแผนด้วยความระมัดระวัง เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้เห็นการเหวี่ยงตัวแรง ๆ ของราคาทองคำ
ทั้งนี้ YLG ยังมองกรอบแนวต้านด้านบนไว้ประมาณ 3,000 ดอลลาร์ แต่ก่อนจะไปถึงแนวดังกล่าว อาจจะมีแนวต้านต่าง ๆ ที่จะต้องฝ่าขึ้นไป โดยแนวต้านระยะสั้นมองไว้แถว 2,850 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับระยะสั้นมองไว้ประมาณ 2,700 และ 2,650 ดอลลาร์
ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามนอกเหนือจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็คือ นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งคาดว่าปีนี้เฟดน่าจะลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ประกาศไว้ แต่ทั้งนี้จะต้องรอดูท่าทีของ ประธานเฟดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าประธานเฟดก็จะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาเช่นกัน
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามเรื่องเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่นระดับสูง แต่สุดท้ายมองว่าจะมีการแก้ปัญหาด้วยการขยายเพดานหนี้เพิ่มเติม
ส่วนเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มองว่าในฝั่ง รัสเซีย-ยูเครน สถานการณ์จะเบาลง แต่ในจุดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง ก็ยังต้องติดตามใกล้ชิด
นอกจากนั้น ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์เรื่องของ จีน-ไต้หวัน หรือ เรื่องแนวคิดของทรัมป์ที่จะเข้าไปยังกรีนแลนด์ หรือการยึดคลองปานามา
“จากปัจจัยทั้งหมด YLG มองว่า การถือครองทองคำ 10% ของพอร์ตไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ มันเหมือนเรามีประกันไว้ และของผลตอบแทนของทองคำในช่วง 30 ปีหลัง พบว่า จะขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 8-10% แต่จะมีปีที่ผ่านมาที่ผลตอบแทนพุ่งแรงแตะเฉียด ๆ 30% ถือว่าค่อนข้างจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก
หากว่าปีนี้ตั้งเป้าว่าราคาจะปรับเพิ่มอีก 10% โอกาสที่ราคาจะเข้าไปใกล้ระดับ 3,000 ดอลลาร์ ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ดังนั้นเมื่อราคาได้มีการย่อตัว ยังแนะนำให้เข้าซื้อสะสม เพื่อรอราคาปรับเพิ่มขึ้นตามเทรนด์ใหญ่ต่อไป” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าว
ส่วนราคาทองคำไทย YLG ประเมินว่า อาจจะได้เห็นขึ้นไปแตะใกล้ ๆ บาทละ 50,000 บาท แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทด้วยว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเรื่องของค่าเงินบาทส่งผลกับราคาทองคำในประเทศพอสมควร
ขณะที่ แนวรับยังมองว่าหากราคา gold spot ปรับลงแรง ก็อาจจะได้เห็นราคาทองคำไทยลงไปเคลื่อนไหวใกล้ ๆ แนว 40,000 บาท ยกเว้นว่าทั้งราคา gold spot และค่าเงินบาทไม่เอื้อ โอกาสที่จะลงไปทดสอบแถว 38,000 บาท ก็ยังมีความเป็นไปได้
แต่ทั้งนี้ ถ้าจะดูจากความต้องการทองคำในด้านกายภาพทั่วโลก ในปีที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นมาประมาณ 5% ขณะที่แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งตรงจุดนี้ถือเป็นแรงหนุนอีกอย่างของราคาทองคำ
รับชมคลิป ทิศทางราคาทองคำ ปี 2568 – Gold Outlook 2025