สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 10 ธ.ค.67 GoldAround

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 10 ธ.ค.67

gold spot กลับบวกแรงขึ้นทดสอบ $2,670 เหตุจากจีนกลับมาซื้อทอง- ซีเรียยังวุ่นวาย แต่ทองคำไทยขยับไม่มากเพราะเงินบาทแข็งค่าแรง

ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/

ภาพรวมราคาทองคำไทย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวัน (10 ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 50 บาท

ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 42,600 บาท ส่วนราคารับซื้อ 42,500 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 43,100 บาท ส่วนราคารับซื้อ 41,735.48 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์

SCT Gold มองว่า

ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ที่ระดับแนวรับ 42,280 บาท และแนวต้าน 42,800 บาท ราคาล่าสุดชี้ให้เห็นถึงแรงซื้อที่เริ่มกลับมาในช่วงใกล้แนวรับสำคัญทำให้ราคาทองคำอาจพุ่งกลับขึ้นไปหาที่เเนวต้านอีกครั้ง

ทั้งนี้ปัจจัยทางตัวเลขเศรษฐกิจ Non-farm Payroll ของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ แต่ยังไม่ส่งผลให้เฟดเปลี่ยนท่าทีในการลดอัตราดอกเบี้ย เเละปัจจัยที่ต้องจับตาได้แก่การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ยังคงอยู่ในระดับ 33.60-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ

ไปดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ (9 ธ.ค.) ปิดตลาดบวกเพิ่มขึ้นมา 27 ดอลลาร์ โดยราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 2,676 ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดตลาดที่ 2,660 ดอลลาร์

โดยราคาทองคำได้แรงหนุนจากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาส่อเค้ารุนแรงอีกรอบ หลังรัฐบาลซีเรียถูกโค่นล้มในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทาง อิสราเอลอาศัยจังหวะดังกล่าว เข้ายึดครองพื้นที่บางส่วนของซีเรีย

นอกจากนั้นราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางจีนเริ่มกลับมาซื้อทองคำอีกครั้งหลังจากหยุดซื้อไปเป็นเวลา 6 เดือน การซื้อทองคำอย่างแข็งแกร่งจากธนาคารกลางมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการพุ่งสูงขึ้นของราคาทองคำในปีนี้

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้า ซึ่งล่าสุดตลาดมองว่ามีโอกาสมากกว่า 80% ที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงในการประชุมครั้งนี้
อย่างไรก็ดีในช่วงท้ายตลาดราคาทองคำถูกกดดันจาก การเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ของผู้บริโภคในอีก 1 ปี ข้างหน้า ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.0% หนุนการปรับตัวขึ้นของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา ก่อนที่จะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนว 2,670 ดอลลาร์อีกครั้งนช่วงเช้าวันนี้

มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง InterGOLD ระบุว่าวานนี้

ราคาทองคำ gold spot พุ่งขึ้นมาแถว 2,670 ดอลลาร์ หลังมีรายงานว่าธนาคารกลางจีนได้เริ่มกลับมาซื้อทองคำแล้ว แต่เงินบาทแข็งค่าหลุด 34 บาท ทำให้ราคาทองคำไทยจึงยังไม่สามารถไปได้ไกล ปัจจุบันอยู่ที่ 42,600 บาท

แนวโน้มเชิงเทคนิคกราฟทองรายชั่วโมงขึ้นมาใกล้แนวต้านแรกของกรอบ Sideway ที่ 2,680 ดอลลาร์แล้วมีโอกาสที่จะไม่ผ่าน เนื่องจากโมเมนตั้มกราฟค่อนข้างอ่อนแรง และร่วงลงมาที่โซนแนวรับ 2,620 ดอลลาร์ก่อน ถึงจะค่อยขึ้นต่อได้

InterGold แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อโซนแนวรับ 2,620 ดอลลาร์ หรือ 42,300 บาท และขายทำกำไรได้ที่แนวต้าน 2,680 ดอลลาร์ หรือ 42,700 บาท

ขณะที่ YLG Bullion แนะนำ

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้น หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 2,646-2,622 ดอลลาร์ รอปิดสถานะซื้อทำกำไร หากราคาปรับตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 2,685-2,703 ดอลลาร์ สถานะซื้อตัดขาดทุน หากราคาหลุดแนวรับ 2,622 ดอลลาร์

ด้าน GCAP Gold มองว่า

ราคาทองคำลดช่วงบวกลงเล็กน้อย หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะยังคงมีแนวทางที่ไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินมากนัก ซึ่งกระทบต่อราคาทองคำ

โดย GCAP Gold แนะรอซื้อที่ 2,652 ดอลลาร์ ให้แนวรับที่ 2,652 /2,648 และ 2,644 ดอลลาร์ stoploss ที่ 2,640 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 2,668 /2,673 และ 2,678 ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้แนวรับรายวันที่ 2,650 และ 2,630-2,625 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 2,675 และ 2,685-2,690 ดอลลาร์

รับชมคลิป