Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

gold spot แกว่งตัวกรอบแคบ รอผลเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐที่จะเริ่มวันนี้ ส่วนทองไทยปรับลดลงแตะ 43,650 บาท
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
และอีกครึ่งชั่วโมงถัดมาจะปรับลดลงอีก 50 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.00 น. อยู่ที่ 43,650 บาท ส่วนราคารับซื้อ 43,550 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 44,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 42,766.36 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.78 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าลงจากปิดตลาดวานนี้เล็กน้อย โดยเงินบาทวันนี้ มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways เนื่องจากนักลงทุนต่างรอลุ้นผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ ซึ่งอาจจะรู้ผลการ เลือกตั้งได้อย่างเร็วสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 6 พ.ย. ทำให้นักลงทุนอาจยังไม่รีบปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ที่ชัดเจน จนกว่าจะรู้ผลการเลือกตั้ง
ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลาง ทำให้คาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.65-33.90 บาท/ดอลลาร์
ทั้งนี้ SCT Gold มองว่า
ราคาทองคำไทยกำลังเคลื่อนที่ในทิศทางไซด์เวย์ (Sideways) โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 43,500 บาท และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 44,000 บาท และ 44,500 บาท หากราคายังอยู่ในกรอบนี้ การซื้อขายในกรอบอาจเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับนักเทรดที่ต้องการทำกำไรในระยะสั้น
ในกรณีที่ราคาทะลุแนวต้าน 44,500 บาทขึ้นไป จะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 45,000 บาท แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านนี้ได้และกลับลงมาต่ำกว่าแนวรับที่ 43,500 บาท อาจมีแรงขายต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวลงสู่แนวรับถัดไปที่บริเวณ 43,000 บาท
กลยุทธ์การเทรดง่าย ๆ ที่สามารถใช้ในช่วงนี้คือการซื้อขายในกรอบ โดยเมื่อราคาลงมาทดสอบแนวรับที่ 43,500 บาทและไม่หลุดออกจากกรอบ
ควรพิจารณาเข้าซื้อเพื่อทำกำไรในระยะสั้น และเมื่อราคาขยับเข้าใกล้แนวต้านที่ 44,500 บาท ควรพิจารณาขายทำกำไร หากราคาเกิดการทะลุออกนอกกรอบ อาจต้องปรับกลยุทธ์ตามแนวโน้มที่เปลี่ยนไป
ปิดตลาดทรงตัวแถว 2,736 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันนี้ (5 พ.ย.) ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การนับคะแนนเลือกตั้งอาจใช้เวลาหลายวันก่อนที่จะมีการประกาศชื่อผู้ชนะ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งในปี 2563
โดยโพลหลายสำนักบ่งชี้ว่าคะแนนนิยมของคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันยังสูสีกันอย่างมาก
นอกจากนั้นนักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 6-7 พ.ย.นี้ ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งให้น้ำหนักกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค.
วันนี้นอกจากติดตามการเลือกตั้งสหรัฐ คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนก.ย และดัชนี PMI ภาคบริการเดือนต.ค.โดย ISM
มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง YLG Bullion มองว่า
แรงขายสลับเข้ามากดราคาทองคำยังคงเพิ่มขึ้น ระยะสั้นหากราคาไม่สามารถทรงตัวเหนือแนวต้านโซน 2,748-2,762 ดอลลาร์ จะทำให้ระยะสั้นราคามีแนวโน้มราคาปรับตัวลงช่วงสั้นสู่แนวรับบริเวณ 2,717-2,709 ดอลลาร์
แนะนำเสี่ยงเปิดสถานะขาย หากราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านดังกล่าว ตัดขาดทุนหากยืนเหนือแนวต้านโซน 2,790 ดอลลาร์ สำหรับการปิดสถานะขายทำกำไร อาจพิจารณาดูบริเวณแนวรับดังกล่าว เน้นทำกำไรระยะสั้นเพื่อลดความเสี่ยง
ด้าน T.D.C. Gold มองว่า
นักลงทุนต่างจับตามองการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐ ซึ่งจะเริ่มในวันนี้เป็นวันแรก ผลสำรวจล่าสุดระหว่างอดีต ปธน.ทรัมป์ และ นางแฮร์ริส ยังคงสูสี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่า 2% จาก OPEC+ ที่ไม่ได้ส่งสัญญาณการเลื่อนการเพิ่มกำลังการผลิตออกไปก่อน
สำหรับราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มของการพักตัวชึมลงด้านล่าง ต้องติดตามการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ ไปจนถึงทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงกลางสัปดาห์นี้
ขณะที่ ARR Goldtrading มองว่า
ราคาทองคำ gold spot เข้าสู่ช่วงแกว่งตัวแคบ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันนี้ ซึ่งนโยบายต่างประเทศใหม่จะมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับดี ปริมาณการซื้อขายจึงเริ่มลดลง และนักลงทุนบางส่วนเริ่มขายทำกำไร โดย ARR Goldtrading ให้แนวรับ ที่ 2,730/2,720 และ 2,710 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 2,745/2,750 และ 2,760 ดอลลาร์
ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศไทยได้แรงฉุดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นักลงทุนพิจารณาทยอยซื้อสะสมที่ระดับราคา 43,600 – 43,500 บาท
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวัน ที่ 2,724 และ 2,712 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 2,750 และ 2,762 ดอลลาร์
รับชมคลิป