สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 25 ก.ย.67 GoldAround

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 25 ก.ย.67

gold spot ยังแรงได้อีก เช้านี้ ATH ที่ $2,670 ทองไทยเปิดตลาดบวกแค่ 150 บาท เงินบาทแข็งค่าหนักแตะ 32.60 บาท

ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/

สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวัน (25 ก.ย.) ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท

ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 41,050 บาท ส่วนราคารับซื้อ 40,950 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 41,550 บาท ส่วนราคารับซื้อ 40,219.48 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.60 บาท/ดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตามการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนก.ย. ออกมาแย่กว่าคาด

สะท้อนความกังวลภาวะตลาดแรงงานทำให้ตลาดยังคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจต้องเร่ง ลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด ส่วนวันนี้คาดจะเคลื่อนไหวนกรอบ 32.50-32.80 บาท/ดอลลาร์

โดย SCT Gold มองว่า

ราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุนที่เข้าซื้อ เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้มีความความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น แม้ราคาทองคำไทยจะถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ในทางเทคนิคแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน

ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับแนวต้านที่ 41,100 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ต้องจับตา หากสามารถทะลุผ่านได้ ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปที่แนวต้านถัดไปที่ 41,300 บาท ในทางกลับกันหากไม่สามารถทะลุแนวต้านนี้ได้ อาจเห็นการปรับฐานลงมาที่แนวรับสำคัญบริเวณ 40,900 และ 40,700 บาท

ขณะที่ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ (24 ก.ย.) ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 30 ดอลลาร์ พร้อมกับทำ All-time high อีกครั้งที่ 2,664 ดอลลาร์ เป็นการขยับทำ All-time high ต่อเนื่อง 4 วันติดต่อกัน และยังมีแนวโน้มว่าราคาจะขยับขึ้นได้อีก โดยเข้านี้แตะจุดสูงสุดที่ 2,670 ดอลลาร์

โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง และปัญหาทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังกองทัพอิสราเอล ระบุสามารถปลิดชีพผู้บัญชาการกองกำลังจรวดและขีปนาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ รวมทั้งผู้บัญชาการทหารอีกหลายราย หลังจากใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเมื่อวานนี้

ขณะที่มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากจากการที่อิสราเอลส่งเครื่องบินรบโจมตีพื้นที่ตอนใต้และทางตะวันออกของเลบานอนเพิ่มขึ้นเป็น 558 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,835 ราย ซึ่งผลจากการโจมตีครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลมากขึ้นว่าสงครามในตะวันออกกลางจะลุกลามบานปลาย

ทั้งนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่าการเกิดสงครามเต็มรูปแบบ ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ จะไม่เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใด แม้ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดมากขึ้น แต่การแก้ปัญหาโดยใช้แนวทางการทูตยังคงมีความเป็นไปได้

มุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง Shining Gold มองว่า

ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยการลดดอกเบี้ยของเฟด และภาวะสงครามหลังอิสราเอลได้โจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เบรุต ประกอบกับปัจจัยทางเทคนิคยังไม่พบสัญญาณ Berish Divergence จึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในทางเทคนิค หากข่าวหนุนช่วยก็ยิ่งปรับตัวขึ้นได้ง่ายอีก

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น สำหรับท่านที่รับความเสี่ยงได้สูง รอราคาย่อตัวให้ Open Long ที่ 2,655-2,650 และ 2,639 ดอลลาร์ หากมีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่มเผื่อถัว 2,623-2,620 ดอลลาร์ เคร่งครัด SL ที่ 2,615 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 2,669/2,682 และ 2,697 ดอลลาร์

ด้าน YLG Bullion มองว่า

ราคาสร้าง All Time High ต่อเนื่อง หากราคาเคลื่อนไหวทรงตัวในระดับสูง มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แนะนำรอจังหวะราคาปรับย่อตัวลง ให้เปิดสถานะซื้อ หากสามารถยืนเหนือแนวรับ 2,655-2,640 ดอลลาร์ ทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไร

หากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 2,669-2,685 ดอลลาร์ สถานะซื้อตัดขาดทุน หากราคาหลุดแนวรับ 2,621 ดอลลาร์

ขณะที่ ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า

ราคาทองคำ gold spot ยังคงยก high และ low ต่อเนื่อง และยังทำ All-time high ราคาทองคำจึงยังคงมีทิศทางขาขึ้นในระยะยาว

หากวัดราคาเป้าหมายจากระดับ Fibonacci จะพบว่ามีแนวต้านถัดไปที่บริเวณระดับ 2,700 ดอลลาร์

ทั้งนี้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคายังคงผันผวน แต่ระยะสั้นยังแนะนำเก็งกำไรเข้าซื้อสะสม โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 2,685-2,700 ดอลลาร์ และตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับแรกที่ 2,640 ดอลลาร์ แนวรับถัดไปอยู่ที่ 2,625 ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์

ให้แนวรับรายวันที่ 2,616 และ 2,644 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 2,673 และ 2,697 ดอลลาร์

รับชมคลิป สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้