Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

สัมภาษณ์พิเศษ คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ (LHC)
gold spot ยังแรงได้อีก แนวต้านถัดไป $2,650 สัปดาห์หน้ารอฟัง ปธ.เฟด – รมว.คลังสหรัฐฯ แถลง อาจกดดันราคาทองคำพักตัว แต่ระยะยาวยังดูดี
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ gold spot ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง สามารถขึ้นทำจุดสูงสุด 2 วันติดต่อกัน
โดยในวันพฤหัสขึ้นแต่ระดับ 2,600 ดอลลาร์ ก่อนที่วันศุกร์จะทำลายสถิติด้วยการขึ้นแตะระดับ 2,625 ดอลลาร์
ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นถึง 44 ดอลลาร์ และสามารถปิดตลาดได้ที่ 2,621 ดอลลาร์
ทั้งนี้ ราคาทองคำได้แรงหนุน จากผลประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันพุธต่อเช้าวันพฤหัสที่ผ่านมา (ตามเวลาในประเทศไทย) โดยที่ประชุมมีมติ 11 ต่อ 1 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงมากถึง 0.50% สู่ระดับ 4.75-5.00%
ขณะที่ การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ภายในสิ้นปีนี้ และยังส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1.00% ในปี 2568 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ในปี 2569
อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจของ FED WATCH TOOL ของ CME GROUP ล่าสุดนักลงทุนให้น้ำหนัก 51% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุม FOMC เดือน พ.ย. และให้น้ำหนักประมาณ 49% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค. ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่า Dot Plot
แต่ทั้งนี้ คงต้องติดตามการปรับเปลี่ยนตัวเลขของ FED WATCH TOOL เพราะว่าสามารถขยับปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
แม้ว่าราคาทองคำ gold spot จะถูก sell on fact หลังการประกาศผลประชุม FOMC โดยราคาลงไปแตะระดับ 2,550 ดอลลาร์ จากนั้นราคาได้พุ่งขึ้นต่อเนื่อง จนไปทำสถิติใหม่เมื่อวันศุกร์
สัปดาห์หน้ารอติดตามทิศทางราคากันต่อว่า จะปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องได้หรือไม่
ทั้งนี้ โซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 2,600-2,590 ดอลลาร์ และ 2,560-2,550 ดอลลาร์ พิจารณาเข้าซื้อ ณ โซนดังกล่าวเมื่อเกิดการย่อตัวของราคา และมีจุดตัดขาดทุนหากราคาลงต่ำกว่า 2,550 ดอลลาร์
ส่วนโซนแนวต้านอยู่ที่ 2,640-2,650 ดอลลาร์ และ 2,690-2,700 ดอลลาร์ ภาพรวมราคายังคงมีโมเมนตั้มขาขึ้น แต่อาจต้องระวังการย่อตัวทางเทคนิค และความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น โดยแนะนำให้ระมัดระวังอย่าเข้าไปไล่ซื้อ ณ ราคาสูง
ในสัปดาห์หน้ายังมีตัวเลขเศรษฐกิจให้ติดตามกันหลายตัว
เริ่มจากดัชนีภาคการผลิตและบริการ ในวันจันทร์ ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคามากนัก
โดยไฮไลท์จะอยู่ที่ คืนวันพฤหัส จะมีตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% จากเดิมอยู่ที่ 3.0% และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จะเพิ่มขึ้นเป็น 224,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 219,000 ราย
นอกจากนั้น ยังมีการแถลงของประธานเฟดและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะน่าจะมีการกล่าวย้ำถึงเรื่องการลดดอกเบี้ย และเสถียรภาพเศรษฐกิจของอเมริกา
ขณะที่ คืนวันศุกร์ จะมีการประกาศตัวเลข ดัชนี Core PCE Price Index เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0.2% เท่ากับเดือนที่ผ่านมา
แต่ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์หน้า จะมีการออกมาให้ความเห็นเข้าบรรดาประธานเฟดสาขาต่าง ๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำแท่ง 96.5% เมื่อวันเสาร์ (21 ก.ย.) เพิ่มขึ้น 50 บาท ทำให้ราคาขายออกอยู่ที่ 40,800 บาท ราคารับซื้ออยู่ที่ 40,700 บาท คำนวนจากค่าเงินบาทที่ 32.91 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทได้แข็งค่าหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ มาแล้ว ซึ่งเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวแข็งค่าทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด แม้ว่าราคาทองคำ gold spot จะปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่เป็นว่าเล่นก็ตาม
นักลงทุนคงต้องจับตาค่าเงินบาทใกล้ชิด เพราะจากสถิติที่ผ่านมา เคยลงไปแข็งค่าแถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินบาทจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำไทยไว้
แนวต้าน ราคาทองคำไทย อยู่ที่ 40,950-41,000 บาท และ 41,150-41,200 บาท ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 40,600-40,500 บาท และ 40,300-40,200 บาท