Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

สัมภาษณ์พิเศษ คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ (LHC)
เล่งหงษ์ฯ ชี้ ปีนี้ทองคำยังสดใส มองเป้าหมายขยายตัว 10% จับตาประเด็นหลักนโยบาย FED
ดำเนินรายการ โดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว goldaround.9na.me/
.
น่าจะยังเป็นปีที่สดใสเหมือนปีที่ผ่านมา ที่ทั้งราคาทองคำไทย และราคาทองคำ gold spot ปรับเพิ่มขึ้นมาประมาณ 12% กว่า ๆ เกือบ 13% โดยทางเล่งหงษ์ฯ มองว่าเป้าหมายปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%
ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำมีประมาณ 3-4 ประเด็น
เรื่องแรก ก็คือ นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งละ 0.25% จำนวน 3 ครั้ง
โดยเฟดระบุว่า น่าจะเริ่มในไตรมาสสอง แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อาจจะลดมากถึง 6 ครั้ง และจะเริ่มตั้งแต่ในไตรมาสแรก
ทั้งนี้ ไม่ว่าการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะเริ่มในช่วงไตรมาสแรกหรือไตรมาสสอง แต่เฟดก็จะต้องลดดอกเบี้ยซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทองคำแน่นอน เพราะนักลงทุนจะหันมาถือครองทองคำมากขึ้น และจะดันทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
โดยเป้าหมายแรก ก็คือ การขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 2,145-2,148 ดอลลาร์ และเป้าหมายสำคัญ คือ 2,260 ดอลลาร์
เรื่องที่สอง ที่มองว่าค่อนข้างสำคัญ ก็คือ แนวโน้มที่เศรษฐกิจจะเกิดการถดถอย ซึ่งมีสัญญาณหลายอย่างเกินขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาแล้ว
โดยเป็นผลมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกลุ่มนี้มีผลต่อการคำนวนอัตราเงินเฟ้อถึง 30-40% หากว่าปัญหาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลุกลามบานปลาย ก็จะส่งผลต่อธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
“จากประวัติศาสตร์ทางการเงินของสหรัฐฯ ในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา มีการขึ้นดอกเบี้ยคล้าย ๆ กับในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา 8 หรือ 9 ครั้ง และมักจะเกิดปัญหาการฮาร์ดแลนด์ประมาณ 7 ครั้ง ต้องมาดูว่า ในรอบนี้การแก้ปัญหาของเฟดจะทำให้เกิดซอฟท์แลนดฺดิ้งหรือฮาร์ดแลนดิ้ง แต่ก็หวังว่า จะไม่มีอะไรรุนแรงมาก อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นแนวโน้มที่จะเป็นการหนุนราคาทองคำ”
ปัจจัยที่สาม ยังคงมองเรื่องของสงครามการสู้รบในจุดต่าง ๆ แม้ว่าขณะนี้จะไม่ร้อนระอุเหมือนในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ทว่า ก็มีปัจจัยเพิ่มเติมโดยเฉพาะการสู้รบในทะเลแดง ขณะที่ส่วนอื่น ๆ ก็พร้อมจะประทุขึ้นมา ทั้งรัสเซีย-ยูเครน หรืออิสเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าสำคัญ เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นมา ราคาทองคำมักจะพุ่งแรง
“ปัจจัยที่กล่าวข้างต้น เป็นปัจจัยที่หนุนราคาทองคำทั้งสิ้น ทำให้เล่งหงษ์ฯ มองว่าหากราคาทองคำปีนี้จะปรับขึ้นประมาณ 10% ไม่น่ายาก แต่ในระหว่างทางราคาอาจจะมีการพักตัวหรือปรับฐานลงมาบ้าง ตามวัฎจักรการเคลื่อนไหวของราคา โดยในระยะสั้นมองว่าหากราคาสามารถเบรกระดับ 2,080 ดอลลาร์ ไปได้ อาจจะไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมประมาณ 2,145-2,148 ดอลลาร์”
ส่วนปัจจัยลบ ถ้าเป็นราคาทองไทย จะน่าจะเรื่องการแข็งค่าของเงินบาท ที่มักจะเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับเงินดอลลาร์ หากจะมองจากปัจจัยต่าง ๆ จะเห็นว่า ได้แนวโน้มของเงินดอลลาร์จะเป็นการอ่อนตัว และจะทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้
อย่างไรก็ดี ยังมองว่าการแข็งค่าของเงินบาทก็จะยังน้อยกว่าการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ gold spot ซึ่งมีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำไทยขึ้นไปเคลื่อนไหวแถว 34,000-35,000 บาท ได้
ในระยะสั้น เงินบาทมองแนวรับที่บริเวณ 33.70 ถึง 34.20 บาทต่อดอลลาร์ หากว่าไม่หลุดลงไป อาจจะรีบาวน์ขึ้นไปได้ที่บริเวณแถว ๆ 34.80-34.90 บาทต่อดอลลาร์ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาใกล้ชิดในปีนี้ คือ เรื่องนโยบายของเฟด ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง หรือจะเดินตามระบุไว้ในผลการประชุม FOMC เดือน ธ.ค. รวมถึงต้องดูถึงเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ เช่นการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้
กลยุทธ์การลงทุน ในส่วนของทองคำไทย หากต่ำกว่า 33,500 บาท ยังถือเป็นจุดเข้าซื้อ โดยสามารถหวังผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ส่วนราคาทองคำ gold spot จุดเข้าซื้อแถว 2,030 หรือ 2,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ต้องรอดูว่าในการประชุม FOMC เดือนมี.ค. เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยหรือไม่ หากลด มองว่าราคาทองคำไปต่อ แต่ถ้ายังไม่ลดอาจจะมีการปรับฐานแต่มองว่าถ้าไม่ต่ำกว่า 1,950 ดอลลาร์ยังเข้าซื้อได้
ทั้งนี้ ในช่วงหลังจากนี้ จะเข้าสู่แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หากปีนี้ลดลงแค่ 3 ครั้ง หรือแค่ 0.75% แต่ในปีถัดไปก็ยังคงต้องลดลงอีกเพราะดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งการซื้อทองคำสะสมไว้ก็ถือเป็นการลงทุนในระยะยาวได้