Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124
Physical Address
304 North Cardinal St.
Dorchester Center, MA 02124

มาดูภาพรวมราคา gold spot ในที่ 2022 โดยทองคำเปิดตลาดที่ 1,828 ดอลลาร์ และมาปิดตลาดที่ 1,823 ดอลลาร์ ราคาได้ทำจุดสูงสุด ได้แรงฮึดในช่วงท้ายของปีทำให้ปิดตลาดลดลงไปประมาณ 5 ดอลลาร์
ทั้งนี้ ราคาทองคำได้จุด สูงสุด-ต่ำสุด ห่างกัน 350 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 2,070 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. และทำจุดต่ำสุด 1,617 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.
โดยราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนมาถึงเดือน ต.ค. โดยลดลงไปประมาณ 300 ดอลลาร์ แต่ในช่วง 2 เดือนหลัง ราคาทองคำได้ฟื้นตัวกลับมาร่วม 200 ดอลลาร์ ถือเป็นแนวโน้มที่ดี
ไปดูอีกตัวเลขที่น่าสนใจ ก็คือ การเคลื่อนไหวของ SPDR ปีที่ผ่านมา
ยอดการ ซื้อ-ขาย ทองคำ ยังติดลบเป็น 2 ปีติดต่อกัน แต่ปีที่แล้ว ติดลบน้อยลงเพียง 58 ตัน จากปีก่อนหน้า (2021) ซึ่งติดลบมากถึง 195 ตัน
และหากลงไปดูรายละเอียดในแต่ละเดือนของปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของ SPDR จะสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ gold spot โดยยอดการ ซื้อ-ขาย ทองคำติดลบ 7 เดือนติดต่อกัน เช่นเดียวกัน น้ำหนักร่วม 200 ตัน แต่มาฟื้นตัวในเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะปิดบวกแค่ 9 ตันเศษ แต่ก็แสดงเห็นถึงแนวโน้มที่ดี
แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะลงลด 5 ดอลลาร์ แต่ทองไทยยังแข็งแกร่ง โดยภาพรวมทั้งปีบวกเพิ่มขึ้นถึงบาทละ 1,100 บาท
โดยเปิดตลาดต้นปี ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ บาทละ 28,750 บาท ขณะที่ปิดตลาดปลายปี อยู่ที่บาทละ 29,850 บาท และปีที่ผ่านมา ราคาทองไทยได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่บาทละ 32,000 บาท เมื่อวันที่ 9 มี.ค.
มาดูประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปีที่ผ่านมา หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ
ผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการกลายพันธุ์อีกหรือไม่ และเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ทางรัฐบาลจีนยังคงคุมเข้มการป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้ห่วงโซ่การค้าในตลาดโลกยังไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร ก่อนที่ในช่วงปลายปี รัฐบาลจีนจะประกาศ พร้อมจะเปิดประเทศให้มีการเข้าออกประเทศได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.นี้เป็นต้นไป ต้องมาดูว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านใดบ้าง
เรื่องต่อมา ก็คือ การทำสงครามของ รัสเซียต่อยูเครน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมา โดยเฉพาะเรื่องของราคาพลังงานที่พุ่งสูง และการขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ช่วงโซ่การผลิตต้องหยุดชะงัก ทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมาก จนทำให้ธนาคารทั่วโลกจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และกำลังจะเป็นต้นตอสำคัญ ที่จะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต ขณะที่การทำสงครามระหว่าง รัสเซียและยูเครน ก็ยังคงยืดเยื้อ ยังมองไม่ออกว่าจะยุติเมื่อไร แต่ทั่วโลกยังคงต้องจับตามอง เพราะถือเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ
เรื่องสุดท้าย ก็คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อสกัดตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฟดได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ระดับ 0.25% มากสุด 0.75% ซึ่งปีที่แล้ว เฟดได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 4.25% ทำให้ราคาทองคำปรับลดลงแรง
แต่ผลจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ก็แลดูจะได้ผล เพราะในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของปี ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้ลดลงมา แต่ก็ยังถือว่ายังอยู่ในระดับสูง ทำให้ ปธ.เฟด ได้ประกาศหลังการประชุม FOMC เดือน ธ.ค. ว่า เฟดจะยังคงปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก โดยมีเป้าหมายที่ 5.1% ซึ่งจะต้องมาดูว่า เฟดจะทำตามที่ประกาศไว้หรือไม่ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงหลัง ก็ออกมาไม่สู้ดี เริ่มส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะเริ่มถดถอยมากขึ้นเรื่อย ๆ
และต้องมาดูว่า ราคาทองคำจะมีปฎิกริยากับการเคลื่อนไหวของเฟดหลังจากนี้อย่างไรบ้าง เพราะแม้ว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยก็จริง แต่อัตราดอกเบี้ยก็ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งประเด็นนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
นี่ก็เป็นภาพรวมคร่าว ๆ ของปีที่ผ่านมา ที่เรานำมาฝากกัน แต่รายละเอียดยังมีอีกมาก และเกือบทุกประเด็นยังคงส่งผลต่อเนื่องมายังราคาทองคำ ปีนี้ซึ่งเราคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ส่วนทิศทางของราคาทองคำในปีนี้ จะเป็นอย่างไร GoldAround มีมุมมองจากผู้บีริหารของบริษัทค้าทองคำในประเทศหลายท่านมาร่วมแสดงความเห็นใน ซีรี่ย์ โกลด์เอาท์ลุค 2023 สามารถไปเปิดรับฝังได้
ขอให้ทุกท่านโชดดีในการเทรด
ทีมงาน GoldAround