วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 25 ส.ค.63 GCAP GOLD

มุมมองทองคำภาคเช้า นิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืน เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้
การวิเคราะห์ราคาทองคำเป็นหนึ่งในการวิเคราะห์ทางการเงินที่น่าสนใจ เนื่องจากทองคำมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินและการลงทุนของโลก การวิเคราะห์ราคาทองคำมีความสำคัญอย่างมากในการประมาณการแนวโน้มของตลาดและการตัดสินใจในการลงทุนที่ถูกต้อง
การวิเคราะห์ราคาทองคำมักจะรวมถึงการสำรวจและวิเคราะห์โดยรวมของสภาวะตลาดทองคำ ซึ่งรวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก, ความสัมพันธ์ของสกุลเงิน, การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดทรัพย์อื่นๆ รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจการลงทุนในทองคำ
บทความวิเคราะห์ราคาทองคำยังมักจะเน้นการสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ เช่น ความต้องการใช้งานจริงและการใช้ทองคำในอุตสาหกรรม, การผลิตและสกุลผลที่มาจากการทำเหมือง, การสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อการค้าทองคำ, และปัจจัยทางเทคนิคที่มีผลต่อการทำนายราคา
บทความที่วิเคราะห์ราคาทองคำอาจจะใช้เครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ เช่น การวิเคราะห์กราฟและแผนภูมิราคาทองคำในช่วงเวลาที่ต่างๆ, การใช้เทคนิคทางเทคนิคในการทำนายราคา (เช่น การวิเคราะห์เทคนิคเชิงเส้น, การใช้ Moving Averages, RSI, MACD, ฯลฯ), และการตรวจสอบแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวและระยะสั้น
ส่วนสำคัญของบทความวิเคราะห์ราคาทองคำคือการให้คำแนะนำในการลงทุนที่มีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับ คำแนะนำเหล่านี้อาจจะเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในทองคำในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถใช้ข้อมูลที่ได้รับมาในการตัดสินใจการลงทุนที่ถูกต้อง
การวิเคราะห์ราคาทองคำเป็นหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจและมีความสำคัญในการเข้าใจแนวโน้มของตลาดและการตัดสินใจในการลงทุน ซึ่งการนำข้อมูลที่ถูกต้องและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่สนใจด้านการลงทุนในทองคำในระยะยาวหรือระยะสั้น

มุมมองทองคำภาคเช้า นิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืน เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้

แนวรับ 1850/ 1835/1820 แนวต้าน 1880/1890/1900 Gold/silver USD Baht DOW (stock) ระยะสั้น SW/SW DOWN SW …

หากราคาพยายามยืนแนวรับโซน 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,876-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านแนะนำเปิดสถานะขายเพื่อรอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลง แนวรับ : 1,847 1,831 1,816 แนวต้าน : 1,876 1,890 1,906 สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ในระหว่างวันราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนบริเวณ 1,848 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับปัจจัยกดดันหลักจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับ 94.60 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. อย่างไรก็ดี ราคาทองคำจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากสกุลเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง โดยได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด” นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนมีการขายทำกำไรดอลลาร์หลังจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ประกอบเริ่มมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐกลับเข้ามา จากความหวังที่ว่าสภาคองเกรสและทำเนียบขาวอาจสามารถบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19 รอบใหม่ได้ใน 1-2…

ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังลงไปทำต่ำสุดบริเวณ 1,853 เหรียญ โดยกลับมาปิดแถว 1,868 เหรียญ โดยตลาดเริ่มรับรู้ข่าวเรื่องของนางแนนซี เพโลซี โฆษกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรเดโมแครตพยายามผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ในวงเงิน 2.2 ล้านเหรียญ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์กลับมาปิดแดนบวกเล็กน้อย ด้าน SPDR ไม่ได้ทำอะไร สำหรับข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 870,000 ราย อย่างไรก็ดี คืนนี้ต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ Durable Goods Orders และ Core Durable Goods Orders ที่คาดจะออกมาลดลง วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำลงไปทำต่ำสุดและมีลักษณะ Technical Rebound ที่บริเวณ 1,860 เหรียญ และยังคาดว่าราคาทองคำจะยังอยู่ในทิศทางที่ผันผวนมีแนวโน้มจะไปในทิศทาง Sideway Up โดยหากราคายืนเหนือ 1,860 เหรียญได้ทั้งวัน จะเกิดลักษณะ Bottom Out ได้ โดยวันนี้ทองคำจะมีแนวรับ 1,853 เหรียญ และแนวต้าน 1,880 เหรียญ ทางด้าน Gold Online Futures จะมีแนวรับ 1,857 เหรียญและแนวต้าน 1,882 เหรียญ ขณะที่ Gold Comex จะมีแนวรับ 1,860 เหรียญ และแนวต้าน 1,885 เหรียญ ในส่วนของราคาทองคำไทยคาดว่าจะปรับขึ้นได้ประมาณ 100 บาท/บาททองคำ กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ เก็งกำไรระยะสั้นๆในกรอบ เป็นลักษณะลงซื้อขึ้นขายระยะสั้นๆ – นักลงทุนที่ถือ Long Position ลงซื้อขึ้นขายในกรอบ – นักลงทุนที่ถือ Short…

ทองคำฟื้นตัว จากเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,845-1,882ดอลลาร์ ราคาทองคำ Spotเมื่อวานฟื้นตัวในการซื้อขายช่วงกลางคืน หลังจากปรับลดลงติดต่อกัน 3 วัน นอกจากนี้เงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลงหลังจากสหรัฐประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์870,000 ราย สูงกว่าตลาดคาดจะอยู่ที่ระดับ 845,000 ราย เป็นปัจจัยช่วยหนุนราคาทองคำทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน คืนนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 1.1% ชะลอตัวลงจากที่เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 11.4%สำหรับสัปดาห์หน้าติดตามมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยคาดว่าจะมีการโหวตในสัปดาห์หน้า การจ้างงานของสหรัฐเดือนก.ย.และจีดีพีไตรมาส 2ของสหรัฐ ซึ่งเป็นประมาณการครั้งสุดท้าย แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,845-1,882ดอลลาร์ โดยมีแนวต้าน 1,882 ดอลลาร์ที่อาจจะมีแรงเทขายออกมาแต่ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,900 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,845 ดอลลาร์และ1,820 ดอลลาร์ ราคาทองตลาดโลก…

รอราคาย่อตัว Open Long ที่ 1,863-58 ดอลลาร์ 1,942-37 ดอลลาร์ ตั้ง SLที่ 1,831 ดอลลาร์ กลยุทธ์เสี่ยงมาก ไม่แนะนำ

แนวโน้มช่วงเช้า ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นวันที่ 2 ขณะที่นักลงทุนพากันซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ในยุโรปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้ปัจจัยหนุนจากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีนรวมทั้งความขัดแย้งระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ มุมมองทองคำภาคเช้า องคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 ก.ย.)โดยได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้สัญญาทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากการที่นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค.หลังจากพุ่งขึ้น 24.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลในปี 2511 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของยอดขายบ้านในเดือนส.ค.ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในตลาด, สต็อกบ้านที่ลดลง,อัตราดอกเบี้ยจำนองในระดับต่ำ และราคาบ้านที่ดีดตัวขึ้น โดยราคาเฉลี่ยของบ้านพุ่งขึ้น 11.4% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 310,600ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาที่อยู่อาศัย ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีภาคการผลิตสาขาแคนซัสคำสั่งซื้อสินค้าคงทน เป็นต้น สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา ทอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นวันที่…

ทิศทางราคาทองคำ ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยลงมาทดสอบ 1,900 เหรียญอีกครั้งหนึ่ง โดยค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าทำสูงสุดในรอบ 2 เดือน และเช้านี้อยู่ที่ 94.09 จุด ในส่วนของเงินบาทเองกลับมาอ่อนค่าบริเวณ 31.42 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวานนี้กองทุนทองคำ SPDR ทำการเทขายทองคำออก 0.59 ตัน ปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 1,278.23 ตัน สำหรับคืนนี้ ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ Flash Manufacturing PMI cและ Flash Services PMI ที่คาดว่าจะออกมาลดลง นอกจากนี้ ยังมีแถลงการณ์ของประธานเฟดในสภาคองเกรสวันที่ 2 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำในระยะสั้นเข้าสู่แนวโน้มขาลง หลังราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและกลางลงมาจากบริเวณ 1,940 เหรียญ ภาพรวมราคาทองคำยังถูกกดันจากแรงเทขาย และคาดราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,885 เหรียญ และแนวต้าน 1,930 เหรียญ ขณะที่ Gold Online Futures จะมีแนวรับ 1,886 เหรียญ และแนวต้าน 1,930 เหรียญ ทางด้าน Gold Comex คาดจะมีแนวรับ 1,890 เหรียญ และ แนวต้าน 1,935 เหรียญ กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ เก็งกำไรขาลงระยะสั้นๆในกรอบ หาจังหวะขายก่อนตามแนวต้านและซื้อปิดตามแนวรับ – นักลงทุนที่ถือ Long Position ทยอยลดสถานะ และบริหารพอร์ตให้สมดุล – นักลงทุนที่ถือ Short…

แนวรับ 1900/ 1880/1865 แนวต้าน 1915/1929/1935 Gold/silver USD Baht DOW (stock) ระยะสั้น SW/SW DOWN SW …

เน้นเก็งกำไรในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง โดยเสี่ยงขายในโซน 1,915-1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เข้าซื้อคืนหากราคายืนเหนือโซน 1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดมให้ชะลอการเข้าคืนไปโซนแนวรับถัดไป 1,862 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวรับ : 1,882 1,862 1,837 แนวต้าน : 1,920 1,937 1,955 สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 10.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยหลักเดิม ได้แก่ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.35% แตะระดับสูงสุดรอบเกือบ 8 สัปดาห์โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก ที่ถึงแม้นายอีแวนส์จะบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญความเสี่ยงที่จะฟื้นตัวล่าช้า หรืออาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากคองเกรสไม่สามารถอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ได้ อย่างไรก็ดี นายอีแวนส์ กลับมีมุมมองในเชิงสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish)…